บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล่าทั้งน้ำตาจากใจ 'จิตสุภา วัชรพล' กว่าจะเป็น ไทยรัฐฉบับพิเศษ 'นสพ.มีชีวิต' (ชมคลิป)

"พระองค์เปรียบเสมือนกับคุณพ่อ เป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้พวกเราเคารพนับถือได้โดยไม่ต้องมีคนมาบอกให้เราเคารพนับถือ พระองค์ทำทุกอย่างมาจากหัวใจ และแสดงให้เห็นว่าพระองค์รักพวกเรา และรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง..."

ผู้หญิงเก่งตรงหน้าผมเล่าด้วยน้ำตาอาบใบหน้า ร้องไห้ออกมาด้วยความภาคภูมิใจ ด้วยความอาลัยระลึกถึงเทวดาบนฟ้าที่จากไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม

ในวันที่ 20 ม.ค. จะกลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่จะถูกจดจารบนหน้าประวัติศาสตร์ในใจคนไทย เอ็กซ์คลูซีฟ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้เปิดใจ จิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมสำคัญในงานครั้งนี้ กับ หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษครบ 100 วันในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต แสง สี เสียง และสื่อประสม

หนังสือพิมพ์ที่ย้ำว่าเป็นมากกว่ากระดาษ เพราะมันถูก 'ถักทอ' เรียงร้อยออกมาจาก 'หัวใจคนไทย' ที่เกิดอยู่ในผืนแผ่นดินไทยท่ีปกครองโดยธรรมของพระราชา

ร่วมงาน รวมใจ ร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียว

"หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษครบ 100 วันในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต แสง สี เสียง และสื่อประสม เริ่มขึ้นตั้งแต่ได้ทราบข่าว และติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด พอเร่ิมมีสติขึ้น จึงปรึกษาผู้ใหญ่ว่าเราในฐานะที่เราทำงานสื่อสารมวลชนอยู่คู่ประเทศไทยมายาวนาน น่าจะทำอะไรเพื่อเป็นการถวายงานครั้งสุดท้าย ก็เลยออกมาเป็นการทำงานร่วมกันทั้ง 3 สื่อ ได้มีส่วนร่วมกัน ได้ทำทุกอย่างตามที่ถนัด ทำตามวิชาชีพ และเป็นหน้าที่ของเรา นั่นคือการถ่ายทอดเรื่องราว เป็นผู้บันทึกเหตุการณ์สำคัญของประเทศในแต่ละช่วงเวลา จึงออกมาเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษนี้  

หนังสือพิมพ์เราถนัดเล่าเรื่องผ่านภาพ ตัวหนังสือเขียน ทีวี และออนไลน์ ถนัดการเล่าเรื่องด้วยภาพ คลิปวิดีโอ ทำอย่างไรให้เนื้อหาทั้งหมดมันถูกรวมเอาไว้ในที่เดียวกัน จึงออกมาเป็นหนังสือพิมพ์ที่ใช้แอปพลิเคชันร่วมกัน โดยภาพ คลิปวิดีโอ เนื้อหามากมายที่เราไม่สามารถจับใส่หนังสือพิมพ์ได้ทั้งหมด นำมาบันทึกใส่ในแอปพลิเคชัน AR (Augmented Reality) เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีชีวิต เพราะว่าด้วยตัวหนังสือเองได้เสพเนื้อหาก็ลึกซึ้งกินใจ แต่ว่าถ้ายิ่งใช้ควบคู่อันนี้ แอป AR มันจะช่วยเพิ่มอรรถรส ความอิ่มเอม ความเต็มในแต่ละส่วน แต่ละหน้าให้มันกินใจมากขึ้น"

"คอนเซปต์โดยรวมเร่ิมต้นตั้งแต่แรกว่าจะมีหนังสือคู่แอปพลิเคชัน ฉะนั้นการออกแบบเนื้อหา การเล่าเรื่องราวแต่ละหน้ากับแอปพลิเคชัน เราเร่ิมเรื่องราวทั้งหมดจากวันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมา เป็นการบันทึกเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระองค์ทั้งหมด ตั้งแต่พระราชประวัติ ไล่มาจนพิธีราชาภิเษก พระราชดำริ พระราชกรณียกิจ เหตุการณ์สำคัญที่พระองค์ท่านทรงเข้าไปช่วยเหลือ ความขัดแย้ง เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านหลายอย่างที่คนไม่รู้ เรื่องพระสหาย ธนบัตร แสตมป์ของพระองค์ท่าน เพลงพระราชนิพนธ์ กีฬา ชีวิตของพระองค์ท่าน จะค่อยๆ ไล่ไปทีละหน้าๆ"

"ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพระองค์ท่านมีพระปรีชาสามารถมาก มีโครงการพระราชดำริมากมาย อย่างที่บอกเมื่อคอนเซปต์คือการบันทึกประวัติศาสตร์ ฉะนั้นเราจะต้องรวมเรื่องราวให้ได้มาก และครบที่สุดเท่าที่จะทำได้"

เป็นหนังสือพิมพ์ที่อ่าน เห็น สัมผัสแล้วมีความสุข ความเศร้า ความคิดถึงอยู่ในนั้น - เธอย้ำคำน้ำตาคลอ

"เรียกว่าเปิดตั้งแต่หน้าแรก ไม่ต้องเปิดอ่าน ความรู้สึกมันมาแล้ว คือตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ต่อให้เราใช้คำพูดภาษาให้สวย ให้งดงามอย่างไรก็แล้วแต่ ในทุกๆ หน้า ทุกๆ ตัวอักษร ทำให้เรานึกถึงพระองค์ท่านตลอด (น้ำตาคลอ) บางหน้ามีเรื่องราวน่ารักๆ ที่พระองค์ท่านมีต่อสิ่งของใกล้ตัว ต่อพระสหาย ได้รู้ได้อ่าน ได้สัมผัส มันมีความอิ่มเอมในเรื่องราวของมัน มากไปกว่านั้น มันจะกลับไปคิดถึงด้วยความอาลัยตลอดทุกหน้า"

"ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"...เธอเว้นจังหวะ และบอกว่า "ทุกคนมีเป้าหมายชัดเจนเหมือนกัน ทุกคนอยากทำงานถวาย ตั้งใจทำให้มันสมบูรณ์ที่สุด ช่วยกันคิดอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าเราจะเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากองค์กรไหน ใครก็ล้วนยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างไม่มีเงื่อนไขทั้งสิ้น ไม่ว่าใครหน่วยงานไหน ไม่ว่าจะออกมาเป็นภาพ แสตมป์ หนังสือ เอกสาร ฯลฯ มันไม่ใช่เรื่องราวของผู้จัดทำคนนั้นคนเดียว เนื้อหาภาพที่มันอยู่ข้างใน มันเป็นของประชาชนคนไทยทุกๆ คน เป็นเรื่องราวของพระองค์ท่าน เราไม่อยากเรียกมันว่า หนังสือพิมพ์ ด้วยซ้ำ เพราะทั้งหมดมันคือเอกสารบันทึกประวัติศาสตร์ของประเทศ"

"มันไม่ใช่หนังสือของเรา มันเป็นของคนไทยทุกคน เป็นของแผ่นดินไทย และเราตระหนักเสมอว่าไม่ได้ทำแค่หนังสือ เรากำลังบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ให้กับทุกคนในแผ่นดิน" เธอย้ำคำนี้

'13 ตุลาคม' วัน 'มหาสมุทรน้ำตา' ล้นประเทศ!

อยู่ออฟฟิศค่ะ... เธอกล่าวสั้นๆ น้ำตาเอ่อล้นออกมา ทิ้งจังหวะไปนานและเล่าต่อว่า "จำได้ว่าข่าวที่ได้ยินเป็นข่าวไม่ดี เร่ิมได้ยินตั้งแต่ก่อนหน้าวันที่ 13 ตุลาคม โทรศัพท์เข้ามาตลอดเวลา มีคนโทรมา ไลน์มาถามไถ่เรื่องราวว่าเป็นจริงไหม ถามไถ่ว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมไหม"

"ตอนนั้นช่วงเวลาที่จะผ่านไปแต่ละนาทีแต่ละชั่วโมงมันนานมาก พอเร่ิมชัดเจนขึ้น ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างหยุดๆ ทำๆ แบบงงไปไหม เพราะไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร ด้วยความที่เรามีสื่อออนไลน์ที่เร็วและเข้าถึงได้ง่าย อ่านแล้วว้าวุ่นไปหมด สติหลุด แต่ก็ต้องคิดถึงงานก่อน ต้องดูว่าเว็บไซต์พร้อมไหม ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พอใกล้ๆ 5-6 โมงสติแตก กระวนกระวาย (เสียงสั่น) ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร เลยตัดสินใจขับรถไปสตูดิโอ ไปนั่งอยู่ในห้องออกอากาศ ไม่รู้ว่าไปทำอะไร รู้แค่ว่าต้องไปอยู่กับทีมงาน

ทันทีที่ประกาศจากสำนักพระราชวัง ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต จิตสุภา เล่าทั้งน้ำตาว่า เวลานั้นยืนงงๆ แต่พยายามไม่ร้องไห้ ไม่ให้ตัวเองจม สุดท้ายพอลารายการ จึงเดินลงมาหน้าสตูดิโอไปนั่งหน้าทีวี นั่งร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก"

"ร้องไห้ด้วยความรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องจริง หลอกตัวเองอย่างที่ทุกๆ คนเป็น และอยากให้เป็นแบบนั้น ขับรถกลับไปถึงบ้านก็ยังคิดว่า ใช่เหรอ จริงใช่ไหม ถึงบ้านก็ร้องไห้ออกมาอีกรอบ จมอยู่แบบนั้นนาน หนักหนาเป็นอาทิตย์ กลับไปถึงบ้านจะต้องร้องไห้ตลอด เพราะด้วยอาชีพและงานที่ทำ มันต้องเห็นคอนเทนต์ แล้วรู้เรื่องพระองค์ท่านตลอดเวลา เห็นข่าวทุกคนที่รักพระองค์ท่านมากมาย เสียใจมากมายแค่ไหน เราต้องมอนิเตอร์สำนักข่าวอื่นๆ ซึ่งบางคนมีสิทธิ์เลือกได้ ไม่อยากรับ พอแล้ว มันทำได้ แต่ด้วยอาชีพมันจุกอก อย่างเราก็ปฏิเสธไม่ได้ ทุกคืนก็ต้องระบายออกมา มันเครียด มันบอกไม่ถูก"

จิตสุภา เปรียบว่า ร้องไห้หนักหนาราวกับผู้ใหญ่ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไม่อยู่แล้ว เป็นการไม่อยู่แบบที่จะไม่กลับมาแล้ว (น้ำตาไหล) ต่อให้หลอกตัวเองแค่ไหนว่าพรุ่งนี้พระองค์ท่านจะกลับมา มันก็ไม่ใช่ รู้สึกใจหาย เหมือนแบบทำตัวไม่ถูก จะทำอย่างไรต่อไป

"มันจุก ทุกวันนี้เมื่อยังได้อ่าน ได้คุยเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่าน วันนี้ก็ยังร้องไห้อยู่" 

"ในหลวง ร.9 เปรียบเสมือนกับคุณพ่อ เป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้พวกเราเคารพนับถือได้โดยไม่ต้องมีคนมาบอกให้เราเคารพนับถือ พระองค์ท่านทำทุกอย่างมาจากใจ และแสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านรักเรา และรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง" 

สุดท้ายกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำตาว่า ในวันที่ 20 ม.ค. หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษนี้ ทันทีที่ออกจากแท่นพิมพ์ มันไม่ใช่ของไทยรัฐ มันเป็นของคนไทยทุกคน จริงๆ พวกเราทุกคนตั้งใจทำขึ้นมา อยากให้ทุกคนมีเอาไว้ครอบครอง เก็บเอาไว้เป็นมงคลแก่ชีวิต เราจึงสอดแทรกไปในหนังสือพิมพ์ประจำวัน

"ถ้าเป็นไปได้ ถ้าพระองค์ได้ยิน อยากบอกขอบคุณพระองค์ท่านว่าเรายังระลึกถึงอยู่เสมอ และขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในฐานะเป็นสื่อมวลชน แล้วจะช่วยพัฒนาประเทศไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และขอสัญญาว่าจะเป็นคนดีของประเทศไทยต่อไป" เธอกล่าวสรุปน้ำตาอาบใบหน้าด้วยความคิดถึง อาลัย 

อ่านเพิ่ม : 'ไทยรัฐฉบับพิเศษเป็นของคนไทยทุกคนในแผ่นดิน' เปิดเบื้องหลัง 'วัชร วัชรพล'

อ่านเพิ่ม : ไม่อยากให้พลาดประวัติศาสตร์! เจาะ 10 เรื่อง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิเศษ

อ่านเพิ่ม : นสพ.ของไทยทุกคน! ส่องไฮไลต์สุดประทับใจ ไทยรัฐฉบับ 100 วันรัชกาลที่ 9 (ชมคลิป)


INTERVIEW : RAYDO LifeStyle

VIDEO CONTENT : HELOG