พริกชี้ฟ้าระวังเพลี้ยอ่อน–ไรขาว - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

พริกชี้ฟ้าระวังเพลี้ยอ่อน–ไรขาว

โดย สะ-เล-เต

อากาศปรวนแปรหนัก ทั้งที่กาลเวลาในห้วงนี้กำลังย่างเข้าสู่ฤดูร้อน แต่ลมหนาวรุนแรงกลับกระโชกมาอย่างผิดปกติ ไม่ต่างจากฤดูหนาวปีที่แล้ว

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งปลูกพริกสำคัญของประเทศ ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวมากที่สุด กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกชี้ฟ้าในภาคอีสานให้ เฝ้าระวังการระบาดของ “เพลี้ย อ่อน” และ “ไรขาว” มักพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกแตกใบอ่อน

เพลี้ยอ่อน จะทำให้ใบและยอดอ่อนหงิกงอ บิดเบี้ยว ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการออกดอกติดผลพริก ให้เกษตรกรใช้วิธีเขตกรรมกำจัดวัชพืชในแปลงไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก

แต่หากพบเพลี้ยอ่อนมีความหนาแน่น 10-20% ของใบทั้งต้นจากจำนวน 10% ของต้นทั้งหมด ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารอีโทเฟนพร็อกซ์ 20% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และควรพ่นสารอย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่วน ไรขาว มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอด และดอก ทำให้ใบและยอดหงิกงอ ขอบใบม้วนงอลงด้านล่าง ใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาว เปราะหักง่าย อาการขั้นรุนแรง ส่วนยอดจะแตกเป็นฝอย ถ้าทำลายดอก กลีบดอกจะบิด แคระแกร็นและชะงักการเกิดดอก

หากระบาดรุนแรง ต้นพริกจะแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต มักพบระบาดในช่วงที่มีอากาศชื้น เกษตรกรควรสุ่มสำรวจต้นพริกทุกสัปดาห์

พบการระบาดของไรขาวให้เกษตรกรใช้สารฆ่าแมลง-ไร สารอะมิทราซ 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารไพริดาเบน 20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารสไปโรมีซิเฟน 24% เอสซี อัตรา 8 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารกำมะถัน 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60-80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยสามารถพ่นซ้ำได้ตามการระบาด.

สะ–เล–เต


advertisement