บริการข่าวไทยรัฐ

สกลนครเมืองพุทธ ดินแดนเกจิหลวงปู่มั่น

“พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม” คำขวัญของจังหวัดสกลนคร

และเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา “สกลนคร” ก็มีงานใหญ่ระดับชาติ...พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และยกฉัตรพระบรมสารีริกธาตุ ณ “วัดภูริทัตตถิราวาส” หรือ “วัดป่าบ้านหนองผือ” บ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

โดยมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธี และมีสมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่งกล่าวว่า “งานนี้ยิ่งใหญ่ เพราะ พระมหากษัตริย์เสด็จ พระสังฆราชเสด็จ ท่านนายกฯก็มา...ครบ 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งใหญ่จริงๆ”

เหตุอัศจรรย์ใจ...เมื่อรวม “พลังบุญ” ร่วมกัน ระหว่างทำพิธีภายในวัดป่าหนองผือนาในเต็มไปด้วยไม้ยืนต้น ทุกคนนั่งรอกัน...ใต้ร่มไม้ปกคลุม แต่อากาศก็ช่างร้อนระอุจนเหงื่อซึม

บ่ายสองโมงเศษเสียงดังสนั่น...“ขอให้หลวงพ่อสุขภาพแข็งแรงๆๆ” เมื่อพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ขึ้นมาบริเวณพระมหาเจดีย์ คล้อยไปช่วงเวลาบ่ายสามโมงกว่าสมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาอีกสักครู่ท่านนายกฯเดินทางมาถึง...สี่โมงเย็นในหลวงเสด็จถึงบริเวณงานพิธี เริ่มดำเนินงานท่ามกลางอากาศร้อนระอุ

ใบไม้แทบไม่ไหวติง เสียงพระสงฆ์สวดชยันโต เมื่อ...ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในยอดพระมหาเจดีย์ เมื่อสิ้นเสียงชยันโต ปรากฏเหตุเสียงฟ้าคำรามดังสนั่นหวั่นไหว ปานประหนึ่งเทพยดาจะรับรู้ พากันอนุโมทนา สาธุการ...และเมื่อดำเนินพิธียกฉัตรขึ้นสู่ยอดพระมหาเจดีย์ กลับมีลมพายุพัดกระหน่ำปานป่าจะถล่ม

...บางคนสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่หยาดลงมาจากฟ้า ดังหนึ่งว่าทวยเทพยดาจะพากันมา...สาธุการ....และพรมน้ำมนต์ อากาศที่เคยร้อนระอุกลับเย็นลงฉับพลัน

ปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นข้างต้นนี้ถูกแชร์ให้รู้กันในโลกออนไลน์... ลมพายุย่อมๆโปรยปรายหยดน้ำให้ฉ่ำเย็น...ลูกยางนาปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ พร้อมๆกับเสียงผู้คนที่ฮือกันไปทั่วอาณาบริเวณ เพราะเป็นภาพที่สวยมาก...“ลูกยางนาค่อยๆลอยละลิ่วหมุนตัวผ่านลำแสงอ่อนๆของแสงแดด ทำให้นึกถึงดอกไม้ร่วงจากสรวงสวรรค์ในภาพจิตรกรรมไทย...ดอกไม้ทิพย์ที่เทวดาโปรยปรายมาสาธุการในเหตุสำคัญๆเสมือนหนึ่งว่าทวยเทพเทวดามาร่วมอนุโมทนาสาธุการ เป็นบุญตาที่ได้เห็น”

ครั้นพอเสร็จพิธีลมที่เคยพัดแรงกลับหายไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียง...ยอดไม้ไหวระริกล้อลมเบาๆ และอากาศที่คลายร้อนลง

วิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร บอกว่า งานยิ่งใหญ่ครั้งนี้เป็นความเมตตาของสมเด็จพระวันรัต สมเด็จพระสังฆราชที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดบวรฯมาไว้ที่จังหวัดสกลนคร ถือว่าเป็นองค์สุดท้ายที่มีอยู่ในตอนนี้ของประเทศไทยและก็จะมาอยู่สืบต่อไปตราบนานเท่านาน

“ที่วัดสกลนครมีอัฐิหลวงปู่มั่นเกจิสายวัดป่า มีผู้ที่จะมาสืบตำนานด้วยก็คือหลวงพ่อวิริยังค์ ซึ่งมาอยู่ที่นี่ สืบประวัติกันมาแล้วทุกสายมาโดยความศรัทธาจริงๆบวกกับญาติธรรมหัวแรงใหญ่นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ต้องการทำให้สกลนครมีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายอยู่ที่นี่...เพื่อให้เกิดความผูกพัน...เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ...เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง”

วิทยา บอกว่า ชาวสกลนครก็มีความภาคภูมิใจ ด้วยคนที่นี่เป็นผู้ที่รักความสงบ เป็นดินแดนที่มีพระธาตุถึง 5 แห่ง มีอารยธรรมมาเนิ่นนานตั้งแต่อดีตกาล สกลนครได้ชื่อว่าเป็นเมือง 3 ธรรม...ธรรมะ... ธรรมชาติ...วัฒนธรรม ไม่ใช่ว่ามีพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีคริสต์ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มีอิสลามิกชนที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่ทั้งหมดด้วย อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งพระเกจิหลายองค์เยอะแยะมากมาย ตามด้วยเป็นเมืองกษัตริย์

“พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จมาที่นี่ตั้งแต่เริ่มครั้งแรกวันที่ 16 พฤศจิกายน 2498 จนถึงปัจจุบันเสด็จรวม 109 ครั้ง...ถือว่ามากที่สุด”

หมายความถึงว่า เมืองสกลนครถือเป็นเมืองกษัตริย์ในอดีตยังมีตำนาน ประวัติศาสตร์ อารยธรรมขุดพบในสมัยตั้งแต่ทวารวดี...
สิ่งต่างๆที่ชาวสกลนครสืบสานผ่านมา เป็นคนที่มีจิตใจรักสงบ

มีการเก็บสถิติไว้ ทุก “วันพระ” ในทุกวัดในจังหวัดสกลนครจะมีคนเฒ่าคนแก่ คนหนุ่มสาว เด็กๆเข้าวัดไปร่วมสวดมนต์กับพระในโบสถ์ไม่ต่ำกว่าวันละ 4,000-5,000 คน

“ศาสนาพุทธ” เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจทำให้ทุกคนดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขสงบร่มเย็น...เป็นที่มา “สกลนคร” เมืองแห่งพุทธศาสนา พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี

ทุกคนต่างรู้ว่าพระบรมสารีริกธาตุนี้ได้รับการประทานจากเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานให้กับชาว จ.สกลนคร ...“วัดภูริทัตตถิราวาส” ถือเป็นสถานที่ตามประวัติพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ใช้เป็นฐานในการสอนสมาธิพระอริยสงฆ์ และพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อหลายสิบปีก่อน

ที่สำคัญ...ยังเป็นสถานที่ซึ่งพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ในสมัยเป็นพระหนุ่ม ได้เป็นอุปัฏฐากพระอาจารย์หลวงปู่มั่นนาน 5 ปี

ชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร (นายก อบจ.สกลนคร) เสริมว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันฤกษ์ดี...เป็นศรีมงคลแก่ประชาชนชาวสกลนคร ที่มีประมุขของประเทศทั้ง 3 สถาบันมาเยือนแผ่นดินสกลนคร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

จังหวัดสกลนคร ถือเป็นต้นกำเนิดของพระต้นกรรมฐาน ตั้งแต่บูรพาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง สกลนคร ต่อมา...มีศิษย์รุ่นต้น ตั้งแต่ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม, หลวงปู่วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรง อ.ส่องดาว, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม,

หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง, หลวงปู่กงมา วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ, หลวงปู่เกิ่ง วัดป่ากลางโนนภู่ อ.พรรณานิคม, หลวงปู่กู่ วัดป่ากลางโนนภู่ อ.พรรณานิคม และหลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดคำประมง อ.พรรณานิคม นอกจากนี้ยังมีศิษย์รุ่นรองลงมาพำนักในจังหวัดสกลนครอยู่อีกถึง 75 รูป

“ดินแดนแห่งนี้ มีทั้งความเชื่อ ประเพณี ที่คนสกลนครต้องภาคภูมิใจ...ถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมะ ที่ทุกผู้ทุกคนต้องมาแสวงหาบุญแสวงหาสัจจะของชีวิต เพราะเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจชาวพุทธให้มาปฏิบัติตนอยู่ในธรรมะ...จะส่งผลให้บ้านเมืองสงบสุข พี่น้องรักใคร่ปรองดอง”

ให้ “ธรรมะ” นำการบริหารบ้านเมือง...ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขไปตลอดกาล.