บริการข่าวไทยรัฐ

ออกหมายจับ พญ.ทหารเรือ ตุ๋นหมอสาวทอ.-เผ่นนอกแล้ว

ออกหมายจับหมอสาว รพ.ทหารเรือ กับพวกอีก 2 คน ตุ๋นเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับจองห้องพักโรงแรมให้กรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ล่าสุดหมอสาวหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว โดยมีกลุ่มตุ๋นอีกสายที่ร่วมกับหมอสาวลวงผู้เสียหายร่วมลงทุนเงินที่มาโอนให้ “นายโจ” แฟนหนุ่มหมอสาว ผู้เสียหายกลุ่มนี้กว่า 250 คน รวมสูญเงินกว่า 250 ล้านบาท ส่วนคดีโกงเงินประมูลทองคำผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความแล้ว 69 คน หนึ่งในเหยื่อระบุ เพราะเชื่อใจประมูลได้ครั้งแรกส่งทองมาให้จริง หวังกำไรส่วนต่างสั่งซื้อโดยตรงกลับเชิดเงินหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีใคร

กรณีเรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร ทหาร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอาจารย์มหาวิทยาลัย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อเอาผิดกับว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด ย่านตลิ่งชัน ร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับจองห้องพักโรงแรมให้กรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ แต่พอลงทุนจริงกลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้างก่อนที่จะหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 เม.ย. พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. เผยว่า ขบวนการนี้มีตัวหลักอยู่ 4 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือนายปริญญา หรือโอม บุรัสการ ร่วมกับแฟนสาวชื่อฝ้าย ชักชวนเพื่อนสนิทมาลงทุนได้กว่า 250 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 250 ล้านบาท เงินทั้งหมดนายโอมจะนำไปให้นายโจ ไม่ทราบนามสกุล มีฐานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ส่วนอีกกลุ่มคือ ว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ หรือหมอบิว จันทรมณี แพทย์ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ เป็นแฟนสาวนายโจ ร่วมกันชักชวนกลุ่มบุคคลมีฐานะหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร ทหาร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอาจารย์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมลงทุน ประมาณ 60 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 64 ล้านบาท รวมผู้เสียหายทั้ง 2 กลุ่ม มีประมาณ 310 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 314 ล้านบาท

พ.ต.ท.สมชายกล่าวอีกว่า ตนสืบสวนในกลุ่มผู้เสียหายของว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ประมาณ 40 คน สอบปากคำไปแล้ว 12 ปาก รวมมูลค่าความเสียหาย 11 ล้านบาท บางคนเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่จะนำมารวบรวมเพื่อดำเนินคดีต่อไป ขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายเรียกว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ มาดำเนินคดี ต้องขอสอบสวนกลุ่มผู้เสียหายให้ชัดเจนก่อน ขณะที่ พ.ต.ท.สุเมธ โสดสงค์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. เปิดเผยว่า รับผิดชอบดูแลคดีของนายปริญญา มีผู้เข้ามาแจ้งความประมาณ 50 คน สอบปากคำแล้ว 5 ปาก มูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้ ส่วนผู้เสียหายที่เหลือทยอยติดต่อเข้าให้ปากคำอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 19.30 น. พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. เผยเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้ขออำนาจศาล อาญา ถนนรัชดาภิเษกออกหมายจับว่าที่นาวาตรี พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี เลขที่ จ.977/2560 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527” ซึ่งศาลอนุมัติพร้อมออกหมายจับเพิ่มผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ที่มีความผิดชัดเจนในข้อหาเดียวกัน ล่าสุดชุดสืบสวนสืบทราบว่า ว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าวได้เดินทางหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว ส่วนพวกที่เหลือเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ส่วนกรณีมีผู้เสียหายกว่า 60 คน รวมตัวเข้าแจ้งความตำรวจ บก.ปอท. ว่าโดนโกงเงินประมูลทองคำทางเฟซบุ๊ก “รัชชุดา ทองแย้ม” จ่ายเงินไปแล้ว กลับไม่ได้ทองคำตามที่ตกลงกันไว้ คาดมีผู้เสียหายกว่า 100 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท ความคืบหน้าล่าสุด ที่ บก.ปอท. บ่ายวันเดียวกัน มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกประมูลทองคำทางเฟซบุ๊กยังทยอยเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน มี พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท.ดูแลอำนวยความสะดวกรับเรื่องแจ้งความและจัดพนักงานสอบสวนสอบปากคำ

นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เผยว่า ภรรยาตนเข้าแจ้งความหลังโดนโกงประมูลทองคำทางเฟซบุ๊ก “รัชชุดา ทองแย้ม” ไป 90,000 บาท แต่ของภรรยาตนเป็นลักษณะติดต่อขอซื้อทองคำแท่งไม่ได้ประมูล ราคาที่ซื้อไปต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 2-3 พันบาท หลังจากนั้นเอาไปขายที่ร้านทองเอากำไรส่วนต่าง ส่วนสาเหตุเชื่อใจกับการซื้อขายหรือประมูลทองคำผ่านเฟซบุ๊กนี้ เพราะติดตามเฟซบุ๊กนี้นานกว่า 2 ปี เห็นมีคนประมูลทองคำรูปพรรณ และทองคำแท่งกันมาก อีกทั้งไม่เคยมีปัญหาอะไร เมื่อปี 59 ภรรยาจึงปรึกษาและลองร่วมประมูลดู ตนโอนเงินไปก็ได้ทองคำส่งกลับมาจริง

“ต้นปี 60 ได้ติดต่อขอซื้อทองคำแท่ง เพราะไม่อยากประมูลแล้วเสียเวลา แม้ได้กำไรน้อยกว่า ประมูลนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร ตัดสินใจสั่งซื้อทองคำแท่งไป 5 บาท ช่วงนั้นทองคำแท่งราคาบาทละ 20,000 บาท เจ้าของเฟซบุ๊กขายให้ 90,000 บาท กำไร 10,000 บาท แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ส่งทองมาให้เหมือนที่ผ่านมา คนในเฟซบุ๊กที่โดนโกงเริ่มร่วมกันหาข้อมูล เพราะคิดว่าโดนหลอกแน่ๆ กระทั่งรวมตัวกันมาแจ้งความ หวังว่าตำรวจจะตามจับผู้ต้องได้ และอายัดทรัพย์ ก่อนนำไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาคืนพวกตน แม้จะได้กลับมาไม่เต็มจำนวนที่เสียไปก็ตาม” นายสุชาติกล่าว

มีรายงานว่า ขณะนี้มียอดผู้เสียหายเข้าแจ้งความ วันที่ 19 เม.ย. จำนวน 64 ราย และวันที่ 20 เม.ย. อีก 5 ราย รวม 69 ราย ส่วนเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.กำลังตรวจสอบเฟซบุ๊กดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบบัญชีธนาคารที่กลุ่มผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้ว่าเป็นของใคร เพื่อตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป