advertisement

สร้างเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นรูปธรรม ลดต้นทุนใช้เชื้อราปราบเพลี้ยกระโดด

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 17 ส.ค. 2554 05:00

พะเนา หอมมณฑา

ฤดูฝน...มาเยือนเกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่การทำนา ในขณะที่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ก็ยังคงระบาดอย่างไม่หยุดหย่อน...สร้างความเสียหายให้กับนาข้าว ซึ่งแปลงไหนสามารถแก้ปัญหาได้ พอเก็บเกี่ยวได้บ้าง ก็ถือว่ายังโชคดี

บางพื้นที่แม้จะ...ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงสารพัดชนิดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ ทำให้ต้องเสียเงินไปโดยสูญเปล่า โดยเฉพาะชาวนาในเขตภาคกลางที่ต้องเจอกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายอย่างหนัก...

...อย่างเช่น นาข้าวของ ลุงพะเนา หอมมณฑา ซึ่งเป็นสมาชิกของ ศูนย์วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหมัน ตำบลพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายนาข้าวอย่างหนัก...



ลุงพะเนา บอกว่า เมื่อก่อนที่เพลี้ยกระโดดยังไม่เข้ามารบกวน ข้าวจะให้ผลผลิต 70-80 ถังต่อไร่ แปลงก่อนหน้านี้โดนเพลี้ยเข้าทำลายแปลงข้าวจนข้าวแดงเต็มท้องทุ่ง แต่หลังจากที่ทาง นายศักดิ์ดา บุญสังวาลย์ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการ ศูนย์บริหารศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร และนายยันต์ยงศ์ กุลสัมพันธ์ ผู้พัฒนาเชื้อบิวเวอเรียผงสำเร็จรูป ได้แนะนำให้ ใช้เชื้อราบิวเวอเรียเพื่อกำจัดเพลี้ยกระโดด ในแปลงนาได้จนสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ แม้ผลผลิตข้าวจะได้แค่ 60 ถังต่อไร่ แต่ก็ทำให้กล้าที่จะทำนารุ่นต่อไป โดยใช้เชื้อราบิวเวอเรียแก้ปัญหาเพลี้ยตั้งแต่ช่วงแรกของการทำนา

ลุงพะเนาบอกต่อว่า ข้าวรุ่นใหม่นี้...เพิ่มผลผลิตโดยใช้การหมักตอซัง เพื่อช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของดินในแปลงนาแทนการเผาตอซัง โดยการหมักตอซังนั้นคุณพะเนาได้ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย ที่หมักเองโดย ใช้หน่อกล้วย 30 กก. น้ำตาล 10 กก.พด.2 จำนวน 4 ซอง ผสมน้ำ 100 ลิตร นำส่วนผสมทั้งหมดมา หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว โดยจะเท น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วยนี้ลงไปในแปลงนาไร่ละ 5-10 ลิตร...

“หลังจากตอซังเปื่อยยุ่ยก็ไถปรับสภาพพื้นที่ ให้ตีเทือกแล้วก็หว่าน โดโลไมต์ลงไปไร่ละ 200 กก. เพื่อช่วยในการฟื้นฟูดินในแปลงนา ปรับสภาพพีเอชของดินในแปลงนา อีกทั้งโดโลไมต์ยังเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน ในแปลงนาและช่วยให้ดินดูดซับปุ๋ยที่ใส่ลงไปได้ดีขึ้น ทำให้ปุ๋ยละลายออกมาช้าๆ  เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ย และทำให้ปุ๋ยอยู่ได้นานอีกด้วย ทำให้ต้นข้าวฟื้นต้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว” ลุงพะเนาบอกอย่างนั้น



นายยันต์ยงศ์ บอกว่า การที่พื้นที่นาข้าวหลายพื้นที่ไม่สามารถ แก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ก็เพราะมุ่ง ใช้แต่สารเคมีฆ่าเพลี้ย ไม่แก้ปัญหาโรคที่เกิดจากการทำลายของเพลี้ย ทั้ง ต้นข้าวเหลือง แดง ใบหงิก โรคจู๋ที่อยู่ในข้าว หากจัดการแต่เพลี้ยแต่ไม่ฟื้นต้นข้าว เชื้อโรคที่เพลี้ยถ่ายทอดไว้ในต้นข้าวก็จะยังคงทำลายต้นข้าวต่อไป การใช้สารเคมีทำลายเพลี้ยจะไม่สามารถทำลายเพลี้ยได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจาก เพลี้ยวันหนึ่งไข่ครั้งละ 5-7 ฟอง ไข่วันละประมาณ 5 ครั้ง ไข่ติดต่อกันประมาณ 10-15 วัน แล้วพัฒนาเป็นตัวเต็มวัย...

เมื่อพ่นสารเคมีก็จะสามารถกำจัดได้เฉพาะตัวเต็มวัยเท่านั้น ส่วนไข่ก็จะยังคงอยู่และกลายเป็นตัวเต็มวัยในเวลาต่อมา จึงทำให้เห็น เพลี้ยกระโดดชุดใหม่เกิดขึ้นอยู่ และต้องพ่นยาฆ่าแมลงอยู่ตลอดเวลา แต่เชื้อราบิวเวอเรียจะสามารถเกาะกินและขยายเชื้ออยู่ในแปลง เข้าทำลายเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถควบคุมการระบาดของเพลี้ยกระโดดได้ต่อเนื่องยาวนาน” นายยันต์ยงศ์ กล่าว

เกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เมื่อใช้สารเคมีปราบแล้วไม่ได้ผล ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการทางธรรมชาติ กริ๊งกร๊างสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อราบิวเวอเรีย ได้ที่ ศักดิ์ดา บุญสังวาลย์ 08-1882-7235, 0-2592-4096, 0-2592-4481 ในเวลาราชการ.

 

 

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement