advertisement

เตือน! น้ำมันรั่วอุดมสารพิษ แนะใช้จุลินทรีย์สลายแบบเม็กซิโก

โดย ทีมข่าวการศึกษา 31 ก.ค. 2556 19:29

กระทรวงวิทยศาสตร์ฯ ออกโรงเตือนน้ำมันรั่วอุดมสารพิษ ขืนบริโภคมีสิทธิ์สะเทือนถึงดีเอ็นเอ แนะใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย ตามแบบเม็กซิโกโมเดล...

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลล์) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า สารเคมีจากน้ำมันและการกำจัดประกอบด้วยหลายอย่างที่ซับซ้อนซึ่งมีส่วนที่เป็นพิษ (Toxic compounds) มีสิ่งที่จะส่งผลกระทบได้เยอะมากกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ดังนั้นกระบวนการกำจัดจึงต้องวางแผนให้ดีอย่างรอบคอบ เป็นขั้นตอนแต่ก็รอช้าไม่ได้เพราะผลกระทบต่อชีวิตทั้งในทะเลและบนบกจะเกิดขึ้นทันทีโดยเฉพาะอาหารทะเล ที่จะได้รับสารพัดสารเคมีที่มีอยู่ในน้ำมันดิบ โดยเฉพาะสารพิษในกลุ่ม ไฮโดรคาร์บอน เช่น “พีเอเอช(PAHs)”ซึ่งสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ทำมาหากินอยู่บริเวณที่มีน้ำมันรั่วก็มีสิทธิ์ปนเปื้อนเข้าไปได้สูงและจะจับสะสมอยู่ในไขมันปลา, ไข่ปลา, ไข่กุ้ง, ไข่ปู ตามองคาพยพหลายส่วนของสัตว์น้ำ และเมื่อมันตายจากพิษน้ำมันดิบตัวมนุษย์ที่จับเหล่านี้ขึ้นมากินก็มีสิทธิ์ ได้รับช่วงสารเคมีที่ว่านี้ต่อเช่นกัน

“อย่าลืมว่าน้ำมันดิบไม่ได้จับอยู่แค่ผิวหน้ามหาสมุทรเท่านั้น ที่ท่านเห็นกระเพื่อมดำมะเมื่อมอยู่นั้นเป็นเพียงส่วนเดียว แต่มันยังมีส่วนที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด จนเปลี่ยนเป็นสารพิษอันตรายและพิษ อีกส่วนก็ระเหยคือลอยล่องขึ้นสู่อากาศ ดังนั้น มันจะกลายเป็นมลพิษที่เรามองไม่เห็นแต่สูดได้เข้าไปในทางเดินหายใจ พิษพวกนี้เข้าไปกวนได้ถึงระดับ “ดีเอ็นเอ (DNA)” ที่อยู่ลึกล้ำในเซลล์สิ่งมีชีวิตส่วนไอระเหยน้ำมันรั่วที่ว่าถ้าสัมผัสก็ทำให้เกิดอาการแสบหูแสบตาระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อน, เจ็บคอ และแสบจมูก เมื่อสูดเข้าปอดและส่วนหนึ่งทำอันตรายระบบประสาท ทำให้มีคลื่นไส้อาเจียนได้ด้วย” นพ.กฤษดา กล่าว

ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง คือสัตว์ทะเลจะลดลง เนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ สารพิษทั้งหลายที่เกิดจากน้ำมันดิบ ก็ทำให้มันค่อยๆ พากันตายลง การทำประมงรวมถึงแหล่งประมงที่มีจำกัดอยู่แล้วก็จะยิ่งน้อยลง จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลผลิตที่ได้จะหายไปมาก อาหารที่จะมาจุนเจือเลี้ยงคน ก็ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ชีวิตผู้คนแถบริมทะเล เช่นป่าชายเลน สัตว์น้ำ รวมถึงนก ปลาโลมา และเต่าทะเล ที่หากินตามชายฝั่งที่ใกล้สูญพันธุ์ระบบนิเวศ จะได้รับผลกระทบโดยตรง และแน่นอนว่าในภาพรวมของการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมก็จะมีปัญหา ที่ต้องเร่งเยียวยาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรลืม คือ ผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคน จากภาวะตกงาน ธุรกิจฟุบหมดแหล่งทำมาหากิน อาหารการกินร่อยหรอ การแก้ปัญหาจึงต้องเร่งฟื้นฟูจิตใจในรายที่มีภาวะเครียด และซึมเศร้าแฝงมาด้วย

นพ.กฤษดา กล่าวว่า การวางแผนแก้ไขและฟื้นฟู ไม่เพียงแต่เร่งขจัดด้วยไฮเทคหลากหลายวิธีจะดีเสมอไป อาจทำให้ยิ่งแย่หนักกว่าเดิมได้ ทั้งนี้ ขึ้นกับหลายปัจจัยเช่นปริมาณของน้ำมัน, ชนิดของน้ำมัน, กระแสน้ำ, กระแสลมและสถานที่นั้นๆ หนึ่งในวิธีที่ช่วยล้างพิษของน้ำมันรั่วที่เริ่มใช้กันมากคือใช้ “จุลินทรีย์” ช่วยเก็บกวาด มีการศึกษาถึงจุลินทรีย์ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alcanivorax borkumensis เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยไฮโดรคาร์บอนคราบน้ำมัน โดยใส่จุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยคราบน้ำมันลงไป แล้วปล่อยให้มันทำงานสลายน้ำมันที่เลอะเทอะนี้ไปเรื่อยจนหมด ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่อ่าวเม็กซิโก ก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น ทางเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้ คือต้องช่วยกันมองให้รอบถึงผลกระทบของน้ำมันที่อาจมีได้ในทุกด้าน ยิ่งมองได้กว้างเท่าไร ก็ยิ่งตีกรอบแก้ปัญหาให้ครอบคลุมเท่านั้น เพราะถ้ากลับมามองให้ดีว่าน้ำมันดิบก็เป็นของธรรมชาติ ดังนั้น ก็น่าจะใช้ธรรมชาติด้วยกันช่วยปราบ

“เชื้อแบคทีเรียอัลคานิโวแร็กซ์ (Alcanivorax) มีพบมากในมหาสมุทรเชื้อนี้ชอบกินคราบไขมันเป็น อาหาร ซึ่งเรื่องนี้คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันนำโดย เทอรี่ ฮาเซนเพิ่งค้นพบเมื่อตอนที่น้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกพอเอาตัวอย่างน้ำทะเลใน บริเวณนั้นมาตรวจแล้วพบเชื้อกินน้ำมันรั่วนี้มากมาย ถึง 16 ชนิด ด้วยกันเพียงแค่ 1 เดือน หลังเหตุการณ์น้ำมันรั่วเท่านั้น สำหรับที่อยู่ของพวกมันลึกประมาณ 1 กิโลกว่าใต้ผิวน้ำ แบคทีเรียกลุ่มนี้มีชื่อว่า “โอเชียโนสไปราลลีส (Oceanospiralles) ซึ่งเชื้ออัลคานิโวแร็กซ์ที่กล่าวถึงข้างต้นก็อยู่ในกลุ่มนี้ มีความสามารถในการกินน้ำมันดิบได้ดี โดยมีข้อจำกัดอยู่บ้างคือมันย่อยได้ เฉพาะสารกลุ่มไฮโดรคาร์บอนในน้ำมันดิบ ดังนั้น ที่ไหนมีน้ำมันดิบ ถ้ามีเชื้อ ที่ว่านี้อยู่มันก็จะเจริญเติบโตได้ดี เหมือนกับมีแหล่งบุฟเฟ่ต์ขนาดยักษ์ให้มันกินอย่างไม่อั้น ซึ่งมันอาจเป็นทางออกของปัญหาน้ำมันรั่วได้” นพ.กฤษดา กล่าว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement