advertisement

เตือน 'ไข้สุกใส' ระบาดช่วงฤดูหนาว พบป่วย 5-9 หมื่นรายต่อปี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2557 11:11

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวัง "โรคไข้สุกใส" ระบาดช่วงฤดูหนาว เผยพบผู้ป่วย 50,000-90,000 รายต่อปี มักพบมากตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม...

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 57 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงที่อากาศหนาวเย็น โรคที่มีความเสี่ยงจะระบาดได้ง่าย ก็คือ โรคอีสุกอีใส (CHICKEN POX) หรือไข้สุกใส เกิดจากเชื้อไวรัส ไวรัสชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นชื้น พบได้ในคนทุกอายุที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค มีโอกาสเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้สุกใสย้อนหลัง 10 ปี ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบต่อปีมีผู้ป่วยโรคนี้ 50,000-90,000 ราย และมีแนวโน้มจะพบมากขึ้น พบผู้ป่วยมากตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม โรคนี้มักพบระบาดในสถานที่ที่อยู่ร่วมกัน เช่น โรงเรียน โรงงาน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคไข้สุกใสเป็น 1 ใน 31 โรค ที่ต้องรายงานเมื่อพบผู้ป่วย เพื่อแยกผู้ป่วยไม่ให้ไปสัมผัสกับผู้อื่น และเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวอีกว่า ในปี 2556 ทั่วประเทศ มีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้สุกใส จำนวน 48,299 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี คิดเป็นร้อยละ 25 รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 0-4 ปี ร้อยละ 23 ส่วนปี 2557 ตั้งแต่ 1-19 มกราคม พบผู้ป่วยแล้ว 2,565 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันโรค หากมีอาการป่วย ขอให้ไปพบแพทย์ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย และควบคุมโรค ไม่ให้แพร่ระบาดยังคนอื่นๆ อีก

ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้สุกใสเกิดจากเชื้อไวรัส วาริเซลล่า ซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด (Herpes Zoster) เชื้อโรคจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลายผู้ป่วย ติดต่อกันโดยการไอ จาม หายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัส ตลอดจนการใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ เป็นต้น อาการของเด็กที่ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ส่วนในผู้ใหญ่มักมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และมีผื่นขึ้น พร้อมๆ กับวันที่มีไข้ ต่อมาผื่นจะกลายเป็นตุ่มนูนมีน้ำใสๆ อยู่ข้างใน มีอาการคัน และตกสะเก็ด ลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่ายว่าเป็นโรคไข้สุกใส ก็คือ ผื่นจะขึ้นที่ไรผมก่อน ต่อมาผื่นจะกระจายไปทั่วตัว บางรายอาจมีตุ่มในปาก ทำให้ปากลิ้นเปื่อย อาการแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ตุ่ม ทำให้ตุ่มกลายเป็นหนอง และทำให้มีรอยแผลเป็น เป็นจุดดำๆ ที่ผิวหนัง

โรคนี้เป็นโรคที่หายเองได้ ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ โดยตุ่มจะตกสะเก็ด และค่อยๆ หายใน 1-3 สัปดาห์ โดยไม่มีแผลเป็น เมื่อป่วยจะต้องหยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนที่บ้าน และดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรอาบน้ำ และใช้สบู่ฆ่าเชื้อฟอกผิวหนังให้สะอาด เพื่อป้องกันติดเชื้อแบคทีเรีย ตัดเล็บให้สั้น หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาตุ่ม ถ้ามีไข้สูงให้กินยาพาราเซตามอลลดไข้ วิธีการป้องกันโรคไข้สุกใส ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย และล้างมือบ่อยๆ ไม่ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน หรือใช้หลอดดูดน้ำร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยเป็นแล้วจะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติไปตลอดชีวิต ไม่ต้องฉีดวัคซีนอีก แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสเป็นงูสวัดได้ในภายหลัง ประมาณร้อยละ 15 หากร่างกายอ่อนแอ มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น พักผ่อนน้อย หรือไม่ออกกำลังกาย เนื่องจากจะมีเชื้อหลบอยู่ที่ปมประสาทของร่างกาย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement