advertisement

สนามพระ 12/06/54

โดย สีกาอ่าง 12 มิ.ย. 2554 05:01

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของ ชัยญา ลิ้นปราชญา.

เดินเข้า สนามพระวิภาวดี วันนี้ ก็หูผึ่งกับข่าว พระสมเด็จจิตรลดา ของ รังใหญ่ ที่มีออกมาอย่างเงียบๆสักพักใหญ่แล้ว แต่ไม่เงียบสนิท เพราะเป็นพระจากรังของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์--ชาวบ้านร้านพระก็เลยสนใจใคร่รู้กันว่าขายทำไม

คำตอบคือไม่ได้ขายเพราะอยากได้เงิน แต่เล่นไปเล่นมาแล้วเบื่อที่เริ่มหายาก ตามเก็บต่อไปก็คงไม่ถึงไหน แถมยังแพงขึ้นๆไม่มีเหตุผล พี่อ๊อฟ-เพรียวพันธ์ ก็เลยเปิดกุฏิ นิมนต์ให้ พระสมเด็จจิตรลดา 30 องค์ แยกย้ายไปหาวัดใหม่ แต่ก็ยังเดินสนามพระเหมือนเดิม แต่คราวนี้เน้นไปทาง เครื่องรางของขลัง ซึ่งอลังการมาก

ก็เป็นไปตามที่บอกว่า สมบัติผลัดกันชม ดังนั้น รุ่นใหญ่ถึงได้บอกนักว่าให้เล่น พระแท้และสวย เพราะเวลาเปลี่ยนมือซื้อขาย รับรองว่าเงินไม่หายไปไหน


คนที่บอกว่าไม่จำเป็น เพราะ ไม่มีวันขาย ขอบอกว่า พูดได้ในรุ่นตัวเองเท่านั้น เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า เมื่อจากไป ลูกหลานอาจไม่คิดเหมือนเรา ไม่ชอบพระเหมือนเรา เขาก็อาจจะขาย เอาเงินไปทำอย่างอื่น ซึ่งก็เข้าตำรา สมบัติผลัดกันชม จนได้--ดังนั้นก็สร้าง สมบัติ ให้ น่าชม ไม่ดีกว่ารึ รุ่นหลังที่รับไปจะได้คล่องตัว

และถ้าสวยเหมือนองค์แรกวันนี้ คือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี รับรองกำไรไปถึงรุ่นลูกของเหลน เพราะเป็นพระมีคุณค่าครบเครื่องทั้งอายุสมัย พุทธศิลป์ และพุทธคุณ

กรุพระผงสุพรรณ พบเมื่อปี 2456 โดยจ่าเมืองสมัยนั้น ชื่อ เปล่ง สุพรรณโรจน์ ไปยิงนกกับเพื่อน ก็เห็นเด็กๆปีนอยู่บนพระปรางค์เก่าร้าง อุ้ม พระกำแพงศอก ลงมา  จึงดุให้เอาพระไปเก็บที่เดิม (เพราะสมัยนั้นถือว่าเอาของวัดเข้าบ้านเป็นบาป) พอปีนขึ้นไปดูบนพระปรางค์ ก็เห็น พระกำแพงศอก ตอกตะปูติดไว้ตามผนังและวางอยู่ จึงไปรายงานเจ้าเมือง พระยาสุนทร-สงคราม (อี้ กรรณสูต) ท่านจึงให้ขุดกรุพระปรางค์ และนำพระไปถวาย รัชกาลที่ 6 ซึ่งเสด็จฯประพาส ดอนเจดีย์ หลักฐานการทำ ยุทธหัตถี ซึ่งพบในปีเดียวกัน

พระเครื่องที่นำขึ้นถวาย จมื่นอมร ดรุณารักษ์ บันทึกว่า “...มีพระพุทธรูปลีลา หล่อพิมพ์ด้วยโลหะธาตุอย่างหนึ่ง พระพุทธรูปมารวิชัย พิมพ์ด้วยดินเผาอย่างหนึ่ง อย่างละหลายร้อยชิ้น ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแจกแก่เสือป่า ลูกเสือ ทหาร และตำรวจภูธร ที่โดยเสด็จทั่วกัน

อย่างไรก็ดี ความที่กรุพระปรางค์แตกมา 10 กว่าวันแล้ว ชาวบ้านจึงไปขนข้าวของในกรุออกไปก่อนมากมาย แต่ก็ยังเหลืออีกมาก ต้องใช้นักโทษขุดค้นได้หลายเกวียน

ที่น่าเสียดายที่สุดคือ ลุงเจิม คนแจวเรือจ้างท่าวัดประตูสาร ซึ่งลงไปในกรุคนแรกๆ ก่อนทางการจะไปถึง เล่าว่า ได้ ลานทองจารึก 20-30 แผ่น แต่ถูกตำรวจตาม แกจึงเอาไปหลอมได้ทองหนัก 20-30 บาท เอาไปขายได้เงินถึง 500 บาท รวยไปเล้ย เพราะสมัยนั้นข้าวเปลือกเกวียนละ 10 บาทเท่านั้น--แต่เป็นการทำลายประวัติศาสตร์ของชาติไปอย่างไม่รู้เท่า เศร้าแทน


ยังดี ที่ยังมีลานทองจารึกเหลืออยู่ในกรุอีก 3 แผ่น จึงสามารถทราบเรื่องราวของพระกรุนี้ได้ว่า เป็นผลงานการสร้างของ “พระฤาษี 11 ตน (ก็คือ 11 คน) มีพระฤาษีผู้เป็นใหญ่ตน 1 พระฤาษีพิราลัยตน 1 พระฤาษีตาไฟตน 1 พระฤาษีตาวัวตน 1” สร้างเพื่อถวาย พระยาศรีธรรมาโศกราช

คำแปลจากภาษามคธในลานทองจารึก บอกว่า เมื่อได้มติเอกฉันท์ 4 พระฤาษีผู้เป็นใหญ่จึงให้พระฤาษี 11 ตนไปเอาว่านอันมีฤทธิ์ เช่น กฤษณา มาให้ได้ 1,000 กับเกสรดอกไม้อันวิเศษ มีเกสรบัวเป็นต้นอีก 1,000 อย่าง แร่ต่างๆ และดินที่เขาไกรลาส เมื่อได้ครบแล้วก็ทำพิธีอัญเชิญเทวดามาบดยา และให้พระฤาษีเอาว่านทั้งหลายมาตำเป็นผงปั้นกับดิน 4 ใจกลางเมือง แล้วทำเป็น พระพิมพ์ ไว้ พิมพ์ด้วยลายมือของ พระมหาเถระปิยะทัสสี-สารีบุตร

ในคำแปล บอกอุปเท่ห์การบูชาว่ามีดีครบทุกเรื่อง เช่น ถ้าจะไปสงครามให้เอาพระสรงน้ำมันหอม เสกนวหรคุณ แล้วเอาน้ำมันหอมมาใส่ผม จะชนะข้าศึกสมปรารถนา, ถ้าจะให้เป็นมหาจังงัง ให้เอาพระไว้บนหัวแล้วอธิษฐานขอ สัตว์ที่จะทำร้ายจะคงยืนอยู่อย่างนั้น--คนเมืองสุพรรณผู้มีอันจะกิน จึงต้องแสวงหา พระผงสุพรรณ มาใช้บูชาก่อนพระเครื่องอื่น แพงเท่าไหร่ก็มีใบสั่งตลอด อย่าง
องค์สวย ของ เสี่ยชัยญา ลิ้นปราชญา ที่เพิ่งได้มา ว่ากัน หลาย ล้าน


ตามมาด้วย พระรอด พิมพ์ต้อ กรุวัดมหาวัน ลําพูน จาก เสี่ยช้าง ท่าดินแดง แม้จะไม่งามหูตากะพริบ แต่ก็โชว์ได้ เพราะเป็นพระสภาพสมบูรณ์ ฟอร์มทรงได้สัดส่วน ส่งให้องค์พระดูโดดเด่น ยิ่งได้ ซุ้มโพธิ์ ที่คมชัดพลิ้วไหว และ ปีกเนื้อด้านข้าง มาเป็นองค์ประกอบ ยิ่งเสริมให้พระองค์นี้ดูดีมีเสน่ห์

องค์ต่อไป เป็น พระรูปเหมือนหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร ซึ่งส่งภาพมาทางไปรษณีย์ หลายเดือนแล้ว แต่ข้าพเจ้าเพิ่งเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง เพราะมัวแต่ยุ่งจัดระเบียบที่ทำงาน

พอเห็นภาพพระ ตอนแรกนึกว่าแฟนทางบ้านมีพระแท้สวยเจ๋งให้ชมเหมือนกันวุ้ยปรากฏว่าเจ้าของคือพล.ต.อ.ขัตติยะอนันตวงศ์ อดีต ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พลิกดูหน้าซอง เห็นชื่อ ลุงเปี๊ยก-ปรีชา เอี่ยมธรรม นักเขียนรุ่นแรกของ สปีริต ที่ปลีกวิเวกไปอยู่ที่บ้านดําเนินสะดวก ส่งมา จึงถึงบางอ้อว่าเพราะได้ กุนซือ ดีนี่เอง


เรื่อง กุนซือเนี่ยสำคัญเพราะถ้าไม่เก่งไม่แม่นเป็นแค่กุน (หมู) ไม่มีซือ ก็พาเราหลงทิศหลงทางเป็น หมูสนาม ไปอีกคน แล้วจะเป๋ตลอดไป ทางที่ดีควรมี กุนซือ หลายๆคน เพื่อ ดับเบิ้ลเช็ก

อีกองค์ เป็นพระกรุ คือ พระ ยอดขุนพล กรุวัดไก่ ลพบุรี องค์นี้เป็นพระกรุพระเก่าที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน แต่ไม่ค่อยได้เห็นพระองค์ จริงเพราะจำนวนพระที่ ค้นพบมีน้อย และด้วยอายุที่อยู่ในกรุมานาน 600 ปี เมื่อถูกนําขึ้นจากกรุอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทําให้พระที่มีน้อยอยู่แล้วเกิดชํารุดเสียหายไปกว่าครึ่ง พระกรุนี้จึงเหลือมาให้เห็นในยุคปัจจุบันนับองค์ได้ และองค์นี้ของ เสี่ยฐกร บึงสว่าง เป็นองค์หนึ่งในจํานวนนั้นที่ยังคงความสวยสมบูรณ์ไว้ได้ดีเยี่ยม

อีกรายการ คือ พระพิมพ์ซุ้มรัศมี (เนื้อผงว่านพญาไม้ผุ) หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม


หลวงปู่บุญ เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว ระหว่าง พ.ศ.2429-2478 นานถึง 49 ปี และได้สร้างพระเครื่องมากมาย หลายเนื้อ แปลกๆ เช่น พระบูชาไม้โพธิ์นิพพานบูรพาทิศ (เอากิ่งชี้ไปทางตะวันออกและหักเอง) พระบูชาปางปาฏิหาริย์เนื้อขี้นกเขาเปล้า เนื้อผงว่าน เนื้อผงยาจินดามณี ด้วย

ต่อไปเป็น พระนาคปรกใบโพธิ์ เนื้อทองคํา ท่านเจ้าคุณพระญาณนรรัตนราชมานิต วัดเทพศิรินทร์ฯ จัดสร้างโดย เจ้าคุณอุดมสารโสภณ เมื่อ พ.ศ.2513 ซึ่งจัดเป็นพระเครื่องรุ่นสุดท้ายที่ ท่านเจ้าคุณนรฯ อธิษฐานจิต ความคมชัดสวยงามเรียบร้อยของพิมพ์พระ ทําให้ศิษย์ท่านนิยมแสวงหากันอย่างสูง องค์นี้ของ เสี่ยศักดิ์  ตลิ่งชัน

สุดท้าย เหรียญหล่อรุ่นแรก ล.พ.เนื่อง วัดจุฬามณีสมุทรสงครามที่เสี่ยแมนรัตนา เขียนมาว่า สร้างเป็นกรณีพิเศษ เททองหล่อที่วัดสุทัศน์ฯ ในพิธีสร้างพระชัยวัฒน์จำนวน 19 เหรียญ (แต่ไม่บอกว่าเป็นพระชัยวัฒน์รุ่นไหน) ดีที่ด้านหลังเหรียญบอกปีสร้างไว้ว่า ร.ศ.187


ต่อไปเข้าสนามพระใหม่ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีนี้มา จะเห็นชัดว่า มี พระใหม่ ไม่กี่สำนักออกให้เช่าบูชา สาเหตุสำคัญคือ เศรษฐกิจไม่ดี คนจึงลดการใช้จ่ายลง--แต่ คนเล่นพระ ยังไง้ ยังไงก็อดไม่ได้ ต้องเช่าต้องซื้อ แต่ก็เลือกเฉพาะบางรุ่นที่ดีจริงๆ

ทำให้วัดที่เคยจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อหาเงินไปบูรณปฏิสังขรณ์ และ พัฒนากิจกรรมทางศาสนา ต้องงดการจัดสร้างไปตามกัน เพราะ ไม่มั่นใจกำลังซื้อ จึงมีแต่รุ่นที่มั่นใจว่า มีดีจริงๆ ออกมา

ซึ่งต้องมี พระหลวงพ่อทวด ซึ่งได้รับความเชื่อถือศรัทธา เป็นอมตะ เพราะถ้าพูดถึงพุทธคุณด้าน แคล้วคลาด ภยันตราย ทุกคนต้องนึกถึง พระหลวงพ่อทวด เป็น อันดับแรก แน่นอน

พิธีสร้าง หลวงพ่อทวด ที่ใหญ่และเข้มขลังที่สุดของปีนี้ คือ รุ่น เจริญพร หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย ปัตตานี ซึ่งตอนหลวงพ่อยังอยู่ กระแสก็แรงอยู่แล้ว เพราะหลวงพ่อนำชนวนมวลสารที่เก็บรักษาไว้ชั่วชีวิตมาใช้แบบหมดย่าม พอหลวงพ่อมรณภาพ ก็ยิ่งกลายเป็น รุ่นสุดท้าย หลวงพ่อทอง ที่นักสะสมต้องการมากขึ้น


ก่อนปลุกเสก คนไม่แน่ใจว่าจะมีการสร้างต่อหรือไม่เพราะหลวงพ่อมรณภาพไปก่อน แต่เมื่อเห็นกับตาว่ามีพิธีใหญ่มาก พระเกจิสายหลวงพ่อทวด และสายเขาอ้อ รุ่นใหญ่ๆไปกันคับคั่งที่สุด เช่น หลวงพ่อเขียว วัดห้วยเงาะหลวงพ่อหวาน วัดสะบ้าย้อย หลวงพ่อคล้อย วัดภูเขาทองฯ พอเสร็จพิธี รุ่นเจริญพร ก็กลายเป็น พระหลวงพ่อทวด ที่ตลาดถามหาทันที

เพราะนอกจากเป็น รุ่นสุดท้าย หลวงพ่อทอง และพิธีเข้มขลังแล้ว คนอยากเช่าเพื่อสร้างกุศลกับ หลวงพ่อทอง เป็นครั้งสุดท้าย เพราะรายได้จากรุ่นนี้ ท่านยกให้ไปสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้ อ.ปนาเระ และแจกทุนการศึกษาเด็กยากจนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทุกคนจึงพร้อมใจกันสานต่อเต็มที่ รุ่นนี้จึงมีหรือจะไม่ดัง

กับทั้ง รูปแบบ ก็ ใหม่ หมด เช่น รูปหล่อลอยองค์พ่อทวด หน้าเลื่อน ซึ่ง หล่อโบราณ ที่ทำได้สวยงามคมชัดที่สุด ตอนนี้เนื้อทองคำหมดแล้ว ส่วนเนื้ออื่นๆ เช่น นวะแก่ทอง ทองขาว ทองระฆัง สัมฤทธิ์ ก็มีอีกไม่มาก

บูชารับพระได้เลยที่วัดหรือสอบถาม 08-9655-7914, 08-1566-8889 และ 08-6300-2549


อีกรุ่นเป็นวัตถุมงคลที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ และเป็นพระที่มีชื่อเสียงมาก ด้านกรรมฐาน คือ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ซึ่งเมตตาอนุญาตให้จัดสร้าง รุ่นโภคทรัพย์ เพื่อนำรายได้ไปสร้างหอพักสงฆ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อให้พระเณรมีที่จำวัด

พอเห็นรูปแบบ รุ่นโภคทรัพย์ หลวงพ่อจรัญ เช่น รูปหล่อบูชา 9 นิ้ว ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวว่า สวยมาก เพราะสร้างด้วย เนื้อสนิมเขียวหยก

ส่วน รูปหล่อปั๊ม ขนาด 32 มิลก็ฮอตมาก เพราะแกะพิมพ์ได้เหมือนหลวงพ่อที่สุด ลูกศิษย์ชอบใจมาก ขนาด เนื้อทองคำ องค์ละ 9 หมื่น ออกมาก็หมดทันที ก็เลยไปรุมเช่า เนื้อทองสตางค์ ซึ่งสร้างเพียง 5,999 องค์ตอกโค้ดและหมายเลข

ส่วน เหรียญโภคทรัพย์เล็ก (เม็ดแตง) ก็สวยน่ารัก ขนาดจิ๋วๆก็จริงแต่แกะแบบได้ละเอียด หลังเป็น ราชสีห์ ซึ่งบ่งบอกสัญลักษณ์เมืองสิงห์บุรี และบอกให้รู้ว่า พระอาจารย์ ของท่าน คือ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ซึ่งเก่งกล้าอาคมในการสร้างราชสีห์ ที่สุด ทำให้มั่นใจได้ว่าเหรียญโภคทรัพย์เล็ก มีดีครบทั้งโชคลาภ เมตตา แคล้วคลาด มหานิยม

จองได้ที่วัด และ มจร.ขอนแก่น หรือสอบถามที่ 08-1708-1586,08-1889 -6777 หรือ www.siristore.com

ตามด้วย หนังสือ สปีริต เล่มล่า ปก พระปิดตา ตระกูลแพงที่สุดในโลก คือ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ อย่างองค์นี้ 25 ล้าน เดิมอยู่กับ เสี่ยวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ต่อมาไปอยู่กับ เสี่ยวิชัย รักศรีอักษร ก่อนจะแลกกับ สมเด็จวัดระฆัง--แต่ บิ๊กคิง เพาเวอร์ ยังมี พระซุ้มกอองค์เยี่ยมๆมาให้ดูครึ่งโหลในมุม พระท็อปไฟว์


ในเล่ม มี พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ให้ดูกันแบบไม่หวงไม่กั๊ก อัดให้เต็มที่ เล่มนี้ใครไม่เก็บไม่ได้ ขอบอก-อีกคอลัมน์คือ พระแท้แบบ พระพันตา ให้อัพเดทความเคลื่อนไหวราคาพระเครื่องรางของขลังกันแบบจริงใจไม่จิงโจ้

ต้องตามอ่าน เกจิ...เจ้าเก่า เขียน ตอบตำรับวิชา ยอดพระคณาจารย์ ส่วน เรียนเหรียญกับเซียนบอย บอกตำหนิจดจำ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลังยันต์ 5 พ.ศ.2469

ซอกแซกบ้านเซียน เสี่ยรัก สุพรรณ งัดพระเหรียญสวยๆมาให้ดู เพื่อยืนยันว่า เน้นคุณภาพ ถึงได้มีวันนี้ที่คนเชื่อถือ ส่วน รู้แล้วรวย อ่าน เหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร 2485 และ กรุเก่าที่บ้านเกิด เป็น พระกรุนาดูน อีกคอลัมน์ยอดฮิต เครื่องราง ขลัง ขลัง อ่าน น้ำเต้ากันไฟให้ทรัพย์--สมัครสมาชิกที่ 0-2886-6386-7 จะได้เก็บหนังสือได้ครบทุกเล่ม เพราะคนที่ซื้อไม่ทันตอนวางแผง บางทีตามไปซื้อที่สปีริต ก็ได้ไม่ค่อยครบแล้ว

ต่อไปเป็น คำถามสนามพระ ซึ่งท่านผู้ชมถามมาว่า สีกาอ่าง เนี่ย แบ่งชนชั้น หรือเปล่า เพราะเห็นเขียนถึงแต่ สนามพระในห้าง แต่ไม่สนใจ สนามพระริมฟุตปาท เลย

ขอเรียนว่า สนใจทั้งนั้น ถ้ามีพระแท้ แต่ในเมื่อพระแท้ๆสวยๆส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือเซียนพระ ที่มีกิจการเป็นหลักแหล่งอยู่ในห้างทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องว่าไปตามทาง

แต่อย่าดูถูก แผงพระยองๆส่อง เพราะเคยมีข่าวว่า พบพระดีๆ บ่อยๆ ที่ฮือฮาหลายปีก่อน ก็ตอนชาวบ้านต่างจังหวัดเอาเหรียญทองคำไปขาย แผงพระก็เลยซื้อ หลักพัน ซึ่งเนื้อปกติซื้อกันสิบยี่สิบบาท พอมีมือสองมาซื้อต่อ ขายได้ 4 หมื่น สุดท้าย คนเล่นเป็น ขายไป 1 ล้าน เพราะเป็น เหรียญทองคำ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง เพชรบุรี

แผงพระยองๆส่อง จึงเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยความหวัง หวังว่าจะเจอพระดีๆแท้ๆ บางคนไปก็หวังอยาก ลองวิชา ได้พระองค์ละร้อยสองร้อยมา ก็เอามาส่องหาความเหมือนและต่างกับพระองค์ละแสนละล้าน

ที่ไทยรัฐก็มีลูกค้าใหญ่ ชอบไปลองตา คือ เสี่ยประกิต ปวรกุล ต้องไปกระจายรายได้อาทิตย์ละหลายพัน ล่าสุด ตื่นเต้นมากเมื่อได้ พระสมเด็จ มาแค่ พันเดียว แต่พอเอาไปเปรียบเทียบกับองค์ดังๆ ราคา 20 ล้าน ก็มี ส่วนคล้าย จริงๆแฮะ ทำให้สาวกนักข่าวรุ่นน้องไทยรัฐตื่นเต้นมาก ใกล้เข้าไปแร้ว

เรื่อง ได้ดีที่แผงพระริมถนน มีจริงๆ อย่าง เสี่ยไมตรี ลูกชายข้าราชการชลประทาน ซึ่งเรียนจบมา 10 ปีแล้วแต่ไม่ทำงาน แต่พ่อแม่ก็ไม่กล้าว่า แม้จะสงสัยว่าเป็นงานสุจริตหรือเปล่า แต่ไม่กล้าถาม เพราะ เสี่ยไมตรี ปลูกบ้านให้หลายล้าน แถมยังให้ค่าเลี้ยงดูอีกเดือนเป็นแสน

ไม่นานมานี้ ความแตก เมื่อ เสี่ยไมตรี ถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบสวน เพราะสงสัยว่า พัวพันกับขบวนการยาเสพติด เนื่องจากมีเงินโอนเข้าบัญชีมากผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีงานการทำ

พ่อแม่พี่น้องก็เลยรู้ว่า เห็น เสี่ยไมตรี เอาแต่โต๋เต๋ ก็เพราะไปรับซื้อพระต่างจังหวัดทั่วประเทศ องค์ละสิบยี่สิบบาท หรือร้อยกว่า ได้มาก็เอามาขายส่งแผงริมถนน องค์ไหนก็ดูดีหน่อย ก็ส่งไปวัดตาเซียนสนามใหญ่ และเคยเจอฟลุก ที่เซียนใหญ่รับซื้อแพงๆอยู่บ่อยๆ

ตำรวจคุยแล้ว ก็ปล่อยตัว เพราะ เสี่ยไมตรี รอบคอบมาก ซื้อพระมาจากไหน เอาไปขายใคร เมื่อไหร่เท่าไหร่จดไว้หมด และพาไปชี้ตัวได้

แต่ที่น่าตกใจคือ สิบกว่าปีที่ทำมาหากินมาทางนี้ เสี่ยไมตรี ซึ่งลงทุนไปแค่แสนกว่าๆ ทำเงินหมุนเวียนได้ถึง 19 ล้านบาท เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้