advertisement

'ชอบเรยา พลังลี้ลับจากพ่อ ขอโทษที่โป๊ไป' กะเทาะเปลือก 'จูลี่' มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2554 05:00

แม้จะเสร็จสิ้นและรู้ผลสาวผู้คว้ามงกุฎไปแล้ว กับการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 แต่ก็มีข่าวคราวตามหลังมามากมาย ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องชุดต่างๆ โป๊เหยียบย่ำทำลายหัวใจความเป็นไทยไป...

ไทยรัฐออนไลน์เปิดใจ "น.ส.พัชริดา รอดคงคา" หรือ "จูลี่" อายุ 20 ปี สัญชาติไทย-อังกฤษ สาวน้อยน่ารัก พูดคุยเรื่องความฝัน การเรียน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ความรัก งานอดิเรก และเรื่องลี้ลับของคุณพ่อ รวมทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ชุดนางงามที่ขายเนื้อหนังมังสา ว่าคิดอย่างไร...?


เริ่มต้นด้วยความฝันแรก ที่ไม่ใช่ “นางงาม”

จูลี่ เล่าว่า ตอนเด็กๆ ไม่ได้ฝันอยากจะเป็นนางงาม แต่ฝันอยากเป็นนักร้อง อยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากเป็นดาราซะมากกว่า ตามภาษาเด็กผู้หญิง

“แต่พอเราโตเป็นสาว สักประมาณ 15-16 ปี ความคิดความฝันเราก็เปลี่ยน อยากเป็นนางงามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตอนนั้นคือว่าหน้าตาเราก็พอจะใช้ได้ (หัวเราะ) แล้วยิ่งมีคนพูดว่า ทำไมเราไม่ไปประกวดนางงาม ซึ่งปกติเราอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก็ดูประกวดนางงามผ่านอินเทอร์เน็ตตลอด หรืออย่างเวลาเดินทางมาเมืองไทยก็ติดตามทีวีตลอด ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของการประกวดนางงามเลยเลยทีเดียว”

ใฝ่ฝันมากมาย ขนาดที่ทำให้จูลี่ต้องย้ายกลับมาเตรียมตัวประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ที่ประเทศไทย

 

“เราจำวันแรกที่เดินเข้ามาประกวดได้ ตื่นเต้นมากๆ เพราะมีแต่คนสวยๆ หุ่นดีๆ ก็แอบท้อนิดหน่อย เพราะตอนนั้นจูลี่ตัวใหญ่มากๆ คือ สูง 178 เซนติเมตร น้ำหนัก 66 กิโลกรัม (ก่อนหน้าประกวดเธอบอกว่าอ้วนกว่านี้ 10 กิโลกรัม) ปัจจุบันนี้น้ำหนัก 57-58 กิโลกรัม (หัวเราะ) ภายใน 1 เดือน เคล็บลับก็ไม่มีอะไรมาก ไม่กินแป้ง ไม่กินขนม ทานแต่ผักผลไม้ แล้วออกกำลังกายมากๆ แต่ต้องใช้ความพยายามมากหน่อย เพราะว่าที่กองประกวดมีแต่อาหารอร่อยๆ มากมาย ก็ต้องข่มใจให้ได้ อดทนใส่ใจจนสานฝันสำเร็จ” จูลี่เล่าและหัวเราะกับการแซวว่า เธอเป็นนางงามที่ลดน้ำหนักเก่งที่สุดในประเทศไทย และย้ำความรู้สึกว่า ตอนที่รู้ว่าได้ ช็อกมากเลย เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรา เอาแค่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายก็ตื่นเต้นมากแล้ว พอได้เข้ามา 5 คน ยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่ (หัวเราะ) ทำอะไรไม่ถูก เพราะคิดว่าไม่น่าจะเข้ารอบมาถึงวันนี้ ที่สุด พอประกาศชื่อ จูลี่ช็อกและดีใจมากจริงๆ

พลังลี้ลับทำให้ชนะการประกวด

หากหนูสิ - น.ส.สิริรัตน์ เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2010 เป็นอีกนางงามที่ประกาศตัวเองว่า 'เชื่อและพกสิ่งศักดิ์ขึ้นเวที'  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ได้ตำแหน่ง ปีนี้ จูลี่ก็มีเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับการประกวดในครั้งนี้เหมือนกัน

“ก่อนที่เราจะชนะ มันก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง คือก่อนหน้านี้ ไปไหนมาไหนจูลี่จะพกรูปคุณพ่อเอาไว้ (คุณพ่อเพิ่งเสียเมื่อปีที่แล้ว) ไม่ว่าเราจะทำอะไรคุณพ่อก็จะให้กำลังใจตลอด แม้ว่าท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรายังรู้สึกว่าท่านยังอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะตอนที่จะตัดสิน เราก็ฝันถึงท่าน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ฝันถึงมาตั้งนานแล้ว อยู่ดีๆ ก็ฝันว่า เหมือนเราเข้ามาอยู่ในห้องหนึ่งที่มีกรรมการนั่งอยู่ แล้วพอเดินเข้าไปเห็นคุณพ่อนั่งอยู่ รูปร่างเขาเหมือนกับเทวดา เขาก็ส่งยิ้มแล้วก็บอกให้กรรมการเลือกเบอร์ 15 มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์เหมือนเราได้พลังจากพ่อ ที่เป็นหนึ่งในกำลังใจให้เราสู่ไปทำความฝันให้เป็นจริง!” มิสไทยแลนด์เวิลด์ เจ้าของเบอร์ 15 เล่าเสียงตื่นเต้น

นางงามโป๊ไปไหม...?

ถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ชุดโป๊ โดยเฉพาะชุดราตรีสั้น และชุดว่ายน้ำทูพีซ ที่ดูโป๊กว่าการประกวดทุกปีที่ผ่านมา (สำหรับชุดว่ายน้ำ ด้านบนแปะสติกเกอร์ตรงยอดปทุมถัน ด้านล่างเป็นกางเกงในจีสตริงแล้วก็ใส่กางเกงว่ายน้ำทับ) จูลี่บอกว่า เธอได้ยินกระแสนี้มาบ้าง ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้ติดตามข่าว แต่พอได้ยินเราก็อยากจะขอโทษคนที่เห็นว่าชุดมันโป๊ไป!!

“ชุดโป๊ไปไหม ส่วนตัวเราก็คิดว่ารู้สึกเขินเหมือนกัน เพราะว่ายน้ำก็ไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องไปประกวดมิสเวิลด์ จูลี่ก็ต้องใส่ชุดนี้อยู่แล้ว เราก็เข้าใจว่าผู้จัดเขาอยากให้เรามั่นใจกับชุดแบบนี้ก่อนจะได้ไม่เขิน แต่ผู้จัดเขาดูแลพวกเราอย่างดี ก่อนจะออกไปก็ดูก่อนว่าเราโป๊ไหม ซึ่งปกติจูลี่ว่ายน้ำก็ใส่ชุดว่ายน้ำอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นทรงแบบเสื้อใน ถ้าคิดว่าโป๊ไป หนูขอโทษแทนด้วยค่ะ”

ซักย้ำถึงกติกา ในปีนี้เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์เปิดกว้างให้สาวที่สวยด้วยศัลยกรรมเข้าประกวดได้ โดยมีช่องให้กรอกในเอกสารชัดๆ ว่า ศัลยกรรมตรงไหนบ้าง จูลี่ เห็นด้วยและบอกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เปิดโอกาสกว้างให้กับสาวสวยทุกๆ คน แต่ส่วนตัวจูลี่เองไม่ได้ทำศัลยกรรมแม้แต่จุดเดียว

“ไม่เคยทำอะไรมาเลยค่ะ เลยไม่ได้กรอกเรื่องศัลยกรรม เราสวยธรรมชาติ” เธอหัวเราะน่ารัก

มิสไทยแลนด์เวิลด์ ชอบดูละคร ชอบเรยา?


เมื่อถามถึงการพูดจาภาษาไทยที่ถือว่าชัดถ้อยชัดคำมาก จูลี่บอกว่าได้มาจากคุณแม่ สอนให้ตลอดตั้งแต่ตอนที่อยู่ประเทศอังกฤษ

“ที่นี่มีคนไทยเยอะมาก แล้วจูลี่ก็ได้ไปอยู่กับป้าและน้า เราก็ฟังเขาคุยภาษาไทยกัน มันก็ทำให้เราซึมซับ ที่สำคัญคุณแม่ชอบสั่งละครไทยมาดูด้วยค่ะ เรื่องโปรดของจูลี่ก็คือ ละครเรื่อง “ดอกส้มสีทอง” ทั้ง 2 ภาค ดูแล้วอินมาก (หัวเราะ) เรื่องนี้ถือว่าเป็นละครที่ดีมาก เพราะว่ามันเหมือนกับชีวิตจริง มีข้อคิดที่เอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้มาก”

จูลี่บอกว่าชื่นชอบละครมาก ขนาดถ้ามีโอกาสได้เล่นละคร ก็อยากจะเล่นบทเรยาดูสักครั้ง เพราะว่าบทมันท้าทายดี ซึ่งตนเองก็สนใจการแสดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่วิตกก็คือ เรื่องจะหาดาราชายที่มีความสูงเท่ากับเธอได้เป็นเรื่องลำบาก

นางงามวันว่าง งานอดิเรก

สำหรับงานอดิเรก จูลี่ใช้เวลาว่างไปกับการดูหนังฟังเพลง โดยฟังได้ทุกแนว ศิลปินที่ชอบมากก็คือ “วงโปเตโต้” เพลงโปรดก็คือ “เธอยัง”

“จูลี่ชอบพี่ปั๊บมาก เพราะเสียงเขาดี ร้องเพลงเพราะมาก โดยเฉพาะพี่เขาร้องเพลงละครเยอะด้วย ส่วนหนังก็ชอบดูมากๆ เรื่องล่าสุดก็คือ “แฮรี่ พอตเตอร์”ภาคสุดท้าย” ซึ่งจูลี่ก็ติดตามอ่านหนังสือแฮรี่มาก่อน แล้วก็ติดมาก ถามว่าชอบไหม จูลี่คิดว่าหนังภาคสุดท้ายดีมากๆ เพราะทุกอย่างเฉลยออกมาหมด ส่วนหนังไทยถ้ามีเวลาก็อยากจะดูเรื่องนเรศวรภาคล่าสุดด้วย”

สุดท้าย จูลี่บอกว่าฝากไปถึงเด็กๆ ที่อยากได้แรงบันดาลใจว่า ถ้ามีความฝัน ก็อยากให้ตั้งใจทำ เพราะถ้าพยายามแล้ว ทุกอย่างจะสำเร็จ อยากให้ทุกคนตั้งใจแล้วความฝันจะเป็นจริง จงทำให้ดีที่สุด!!

 

 



*มารู้จักจูลี่กันเถอะ*

1.จูลี่ถือว่าเป็นสาวที่เรียนเก่ง กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะ Fashion Design มหาวิทยาลัย Raffles International Design Institute

2.ปัจจุบันดร็อปเรียนเอาไว้ชั่วคราว เพราะมาทำภารกิจตรงนี้ แต่เมื่อเสร็จสิ้น จะกลับไปเรียนต่อให้จบอย่างแน่นอน

3. 33-25-36 คือสัดส่วนของจูลี่

4.ชื่อเล่นจูลี่ ย่อมาจาก 'จูเลียน่า' ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของเธอ


Twitter : raydo_thairath

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement