advertisement

รุ่งอรุณ...ที่ "อิสตันบูล"

โดย 23 มิ.ย. 2555 05:15

มัสยิดรูปโดม...สัญลักษณ์ทางศาสนาในเมืองอิสตันบูล.

เสียงสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ดังมาจากมัสยิดรูปโดมที่ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ก่อนตะวันแสงแรกในอิสตันบูลจะโผล่พ้นขอบฟ้า

ที่พักของเราเป็นเกสต์เฮาส์ในโรงเรียนมัธยม ศึกษา ในเมืองอิสตันบูล ที่ คุณเซกิ พารึลทึ ผอ.ฝ่ายวัฒนธรรม สมาคมธุรกิจไทยตุรกี บอกว่า เป็นทั้งที่พักรับรองและที่ประชุมของครูในโรงเรียนของตุรกีซึ่งตั้งอยู่ใน 135 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่มีอยู่ 4 โรงเรียนด้วย

 

เช้าวันแรกในอิสตันบูล เราเดินทางไปดูงานที่หนังสือพิมพ์ ZAMAN หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของตุรกีที่มียอดจำหน่ายมากถึง 1 ล้านฉบับต่อวัน ไม่รวมนิตยสารด้านเศรษฐกิจและสำนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดในตุรกีที่ให้บริการข่าวสารถึง 3 ภาษา คือ เตอร์กิช อาราบิก และรัสเซีย ในประเทศต่างๆถึง 50 ประเทศ

 

จากนั้นในช่วงบ่าย ทาง สมาคมธุรกิจไทยตุรกี และ องค์กรการศึกษาภาษาตุรกีนานาชาติ นำคณะผู้แทนสื่อมวลชนไทยไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย FATIH ที่มีปรัชญาสำคัญของมหาวิทยาลัย คือ คือการให้สิ่งที่ดีที่สุดทางการการศึกษาทั้งวิชาการและสังคม เป็นมหาวิทยาลัยที่บริหารงานภายใต้ระบบของกองทุนที่ไม่แสวงหากำไร มีนักศึกษาประมาณ 12,250 คน จาก 78 ประเทศ มาศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ

 

ทั้ง ZAMAN และ FATIH จัดตั้งและทำงานภายใต้อุดมการณ์ของ เอ็ม.ฟัตฮุลลอฮ กูเลน นักวิชาการ นักคิด นักเขียนและกวีอิสลาม ที่เชื่อมั่นในแนวทางสันติวิธี แนวคิดของกูเลนเป็นแนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับปัญญาชนชาวตุรกีจำนวนไม่น้อย ในการสร้างระบบการศึกษาที่ดี เพื่อขจัดความโง่เขลา การแบ่งปันเพื่อขจัดความยากจน และการสานเสวนาเพื่อลดความขัดแย้ง

 

อิสตันบูล ไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกี แต่เป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งในแง่ของการเป็นศูนย์ กลางความเจริญด้านธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว เป็นเมืองหนึ่งเดียวในโลกที่มีดินแดนตั้งอยู่ใน 2 ทวีป ด้านหนึ่งของเมืองอยู่ในฝั่งยุโรป อีกด้านหนึ่งอยู่

 

ในฝั่งเอเชีย จึงได้รับการขนานนามว่า ดินแดนสองทวีป  ที่กั้นกลางด้วยช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติ เชื่อมระหว่างทะเลดำกับทะเลมาร์มารา ในอดีตอิสตันบูลไม่ได้เป็นแค่เมือง แต่เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ในชื่อของ กรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ในเมืองอิสตันบูล มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง ที่พลาดไม่ได้ ก็คือ วิหารเซนต์โซเฟีย (Aya Sofya) เป็นวิหารที่สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียน เมื่อ ค.ศ. 537 ได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมและหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ภายในวิหารอลังการด้วยตะเกียงนับพันดวง และบัลลังก์จักรพรรดิที่ถือเป็นศูนย์กลางจักรวาล

 

ความยิ่งใหญ่ของเซนต์โซเฟีย ทำให้สุลต่านแห่งออตโตมันหลายพระองค์ต้องการที่จะสร้างมัสยิดให้มีขนาดใหญ่ เทียบเท่าหรือใหญ่กว่าเซนต์โซเฟีย แต่ก็ไม่สำเร็จจนกระทั่งในยุคของสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ที่มีการสร้าง มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ขึ้น ที่ต่อมาเรียกว่ามัสยิดสีฟ้า หรือ “บลูมอสก์” เพราะประดับด้วยกระเบื้องอิซนิคที่มีสีฟ้าสดใส ในเวลาต่อมาบลูมอสก์ ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของอิสตัน-บูล และมีการสร้างมัสยิดรูปโดมที่มีเสาแหลม 2 เสาบ้าง 4 เสาบ้าง ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปในมหานครอันยิ่งใหญ่ของโลกแห่งนี้  อีกที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ พระราชวังทอปคาปึ (Topkapi) ซึ่งสร้างในรัชสมัยสุลต่านเมห์เมต ตั้งอยู่บนเนินลูกแรกของอิสตันบูล เหนือจุดบรรจบของช่องแคบบอสฟอรัส ทะเลสาบโกลเด้นฮอร์น และทะเลมาร์มารา มองจากจุดชมวิวของพระราชวังแห่งนี้ จะมองเห็นอิสตันบูลได้เกือบทั้งเมือง ในอดีต พระราชวังทอปกาปึ เปรียบเหมือนจุดศูนย์กลางของจักรวรรดิ ที่เป็นบ่อกำเนิดของเรื่องราวตลอดช่วง 500 ปีแห่งอาณาจักรออตโตมัน ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ เป็นที่ประทับของกษัตริย์หรือสุลต่านแห่งออตโตมันหลายพระองค์ เคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของทหารเยนีเชรีและองครักษ์เพรเตอร์แห่งจักรวรรดิออตโตมัน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้เข้าชมความยิ่งใหญ่ของออตโตมันในปี ค.ศ.1924

 

นอกจากห้องเก็บศาสตราวุธทั้งพระแสงปืน พระแสงดาบ รวมไปถึงห้องเก็บโคตรเพชรเม็ดมหึมาในโซนสุดท้ายของพระราชวังที่มีตำนานเล่าขานว่าเป็นเพชรเม็ดสำคัญของโลกแล้ว  ส่วนที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ส่วนที่เรียกว่า “ฮาเร็ม” ซึ่งไม่ใช่อาณาจักรแห่งกามโลกีย์อย่างที่หลายคนเข้าใจ ฮาเร็ม มาจากภาษาอารบิกว่า “ฮาริม” ที่แปลว่า “ต้องห้าม” พื้นที่นี้จึงเป็นเขตต้องห้ามที่พระมารดา เหล่าชายา นางระบำ และโอรสธิดาของสุลต่าน ใช้ชีวิตอยู่โดยตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ในฮาเร็มมีห้องทั้งหมดกว่า 300 ห้อง ในยุคของสุลต่านอาห์เมตที่ 1 ซึ่งยกเลิกการสำเร็จโทษหรือประหารชีวิตพระอนุชามาเป็นการกักบริเวณแทน ก็ใช้ฮาเร็มเป็นสถานที่กักบริเวณ จนปรากฏว่าพระอนุชาที่ถูกกักบริเวณตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์อย่างน้อย 2 พระองค์ มีสติฟั่นเฟือน เช่น สุลต่านมุสตาฟา ที่ฟั่นเฟือนจนถูกปลดออกจากการเป็นสุลต่านเมื่อขึ้นครองราชย์

 

 

มนต์เสน่ห์แห่งอิสตันบูลและความลับในดินแดน 2 ทวีปแห่งนี้ยังไม่จบ ทั้งเรื่องราวของโอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส เสางู แห่งฮิปโปโดรม อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน พระราชวังโดลมาบาห์เช ความลับของตาปีศาจ ที่มีโอกาสจะนำมาเล่าให้ฟังต่อ

 

สำหรับวันนี้ ขอลาไปจิบชาตุรกีหอมๆ แกล้มขนมหวานอย่าง เตอร์กิชดีไลท์ ก่อนหลับเป็นตายในค่ำคืนแห่งความสุข.

โหวตข่าวนี้