advertisement

ท้องอืดเรื้อรัง รบกวนชีวิต ใช้ตรวจลมหายใจรู้สาเหตุได้

โดย ทีมข่าวสตรี 4 มี.ค. 2556 05:00

นพ.บุญเลิศ อิมราพร

ชีวิตกินด่วนของคนเมืองในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายโรคก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆโดยไม่รู้ตัว หนึ่งในกลุ่มโรคที่พบบ่อยและเด่นชัดกลุ่มหนึ่งคือโรคระบบทางเดินอาหาร โดยภาวะที่พบบ่อยคือ “ท้องอืด” ที่ดูเหมือนเป็นอาการธรรมดาทั่วไป อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่หากเป็นบ่อย เป็นนาน จนเข้าข่ายเป็นโรคท้องอืดเรื้อรัง นั่นหมายถึงการรับประทานยาก็ไม่มีผลทำให้หายได้อีกต่อไป

นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า อาการท้องอืด เป็นอาการที่พบได้บ่อยของโรคระบบทางเดินอาหาร สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณก๊าซในกระเพาะอาหารและลำไส้มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น เรอบ่อย อึดอัดแน่นท้อง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร ท้องโตเป็นพักๆ หรือผายลมบ่อย เป็นต้น โดยทั่วไปอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป ถ้ารับประทานอาหารปริมาณมากและเร็วเกินไป หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีก๊าซ แต่ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นเรื้อรัง ไม่สัมพันธ์กับชนิดอาหาร หรือมีความรุนแรง ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะท้องอืดเรื้อรังเกิดจาก 3 ภาวะ ได้แก่ ปริมาณแบคทีเรียในลำไส้มากเกิน, ภาวะขาดเอนไซม์ย่อยนม และโรคลำไส้แปรปรวน ซึ่งปัจจุบันการตรวจไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยใช้วิธีการตรวจด้วย เครื่องตรวจลมหายใจ (Breath test) อาศัยหลักการตรวจหาก๊าซที่ผลิตจากแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ซึ่งจะซึมผ่านเข้ากระแสเลือดและปล่อยออกทางลมหายใจ โดยก๊าซที่ตรวจนั้น ได้แก่ ก๊าซไฮโดรเจน และก๊าซมีเทน เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแล้ว ผู้ป่วยก็จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามมา เช่น กรณีเป็นภาวะขาดเอนไซม์ย่อยนม ให้งดอาหารจำพวกนมและผลิตภัณฑ์ของนมทุกชนิด ได้แก่ เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม เป็นต้น หรือกรณีภาวะแบคทีเรียในลำไส้มากเกิน ก็ควรได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อลดปริมาณเชื้อในลำไส้ ร่วมกับการให้ยาปรับการเคลื่อนไหวของลำไส้ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งเสริมให้แบคทีเรียในลำไส้เติบโต (FODMAPS) ได้แก่ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมได้น้อยในลำไส้เล็ก และผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่

จนกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ยกตัวอย่างเช่น กระเทียม หอม ถั่ว กะหล่ำ น้ำเชื่อมเข้มข้น แอปเปิ้ล มะม่วง พรุน รวมถึงน้ำตาลเทียม ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งการกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดโรคตามมา นอกจากภาวะแบคทีเรียมากเกินดังกล่าวข้างต้น ก็ยังมีโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat หรือกินอย่างไรได้อย่างนั้นนั่นเอง.

โหวตข่าวนี้