advertisement

คำ... "พระพุทธเจ้า"

โดย วันวิสาข์ ชูชนม์ 24 มี.ค. 2556 05:00

คุณปราณี สืบวงศ์ลี บิ๊กบอสใหญ่ธุรกิจความงามและสุขภาพชื่อดัง ให้เกียรติเชิญไปร่วมดื่มน้ำชายามบ่ายวันก่อน เพื่อแนะนำโครงการ “ชวนน้องท่องพุทธวจนะ” ที่มูลนิธิพุทธโฆษณ์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดขึ้น

เป็นอีกโครงการดีๆ...ที่น่าสนใจ

เหตุเพราะทุกวันนี้ คำสอนในทางพระพุทธศาสนา ถูกตีความไปอย่างหลากหลาย ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง ทำให้เกิดความคิดแตกแยก ขัดแย้ง ซึ่งไม่ใช่ แนวทางในวิถีแห่งพุทธะที่แท้จริง

คุณปราณี บอกว่า แรงบันดาลใจในการทำโครงการนี้ มาจากการเห็นสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน ที่ยึดติดในวัตถุนิยม แก่งแย่ง ดิ้นรน ไขว่คว้าให้ได้มาโดยขาดคุณธรรม และความเป็นไปเช่นนี้ก็ถูกส่งผ่านไปยังเด็กๆเยาวชนของชาติด้วย

เด็กทุกวันนี้ไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องศีล เรื่องการตอบแทนคุณมารดาบิดา ไม่มีโอกาสได้เจริญสมาธิ เพื่อเกิดปัญญาอย่างแท้จริง

เด็กๆถูกหล่อหลอมให้อยู่ในโลกของเทคโนโลยี ไอที และโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่นำพาไปสู่การมีปฏิสัมพันธ์เชิงลบ ก้าวร้าว รุนแรง ขาดสัมมาคารวะ

นี่คงเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนกำลังรู้สึกเหมือนๆกันอยู่ในเวลานี้...

โครงการชวนน้องท่องพุทธวจนะ เป็นโครงการเล็กๆ ที่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงเด็กๆของเรากลับมาสู่ความถูกต้อง ดีงาม บนเส้นทางธรรมอีกครั้ง

พุทธโอษฐ์ หรือ พุทธวจนะ คือ คำพูดคำสอนโดยตรงจากพระพุทธเจ้า ที่ไม่จำเป็นต้องมีการตีความ หากแต่ต้องใช้ปัญญาในการพิจารณา เพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับชีวิตอย่างถ่องแท้

ซึ่งแม้แต่อานิสงส์ของการศึกษา ท่องจำพุทธวจนะนั้น พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนไว้ว่า มีอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่มาก ชาวพุทธเองหากน้อมนำคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาท่องจำ ทำให้เกิดผลแล้ว ย่อมเกิดปาฏิหาริย์แก่ชีวิต

ที่เรียกว่า “อนุสาสนีปาฏิหาริย์” หรือปาฏิหาริย์อันเกิดจากคำสอนที่เป็นจริง สอนให้เห็นจริง และนำไปปฏิบัติได้ผลสมจริง

พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เชื่อ โดยไม่ได้พิสูจน์ ในกาลามสูตร เขียนไว้ชัดเจนถึงวิธีปฏิบัติในเรื่องที่ควรสงสัยหรือหลักความเชื่อ 10 ประการ ว่า

อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา, อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆกันมา, อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ, อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์, อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก, อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน, อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล, อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว, อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ และ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา

นี่คือความชัดเจนที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ความเชื่อ หรือศรัทธา เป็นเรื่องเปราะบางผิดจังหวะเพียงนิดเดียว ศรัทธาอาจจะกลายเป็นเรื่องงมงายได้

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนไม่ให้เชื่อ แต่ให้ใช้ “ปัญญา”  ซึ่งเกิดได้จากการฟัง การคิด หรือแม้แต่การมีศีล มีสมาธิ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดปัญญาได้ทั้งสิ้น

ถ้าเด็กคือเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่พร้อมจะเติบโต เบ่งบานแล้ว โครงการชวนน้องท่องพุทธวจนะ...นี้ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในปุ๋ยชั้นดี ที่ช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาในสิ่งเล็กๆให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

คุณปราณี บอกว่า เยาวชนเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อสังคมไทยในอนาคต เพราะเด็กๆจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องในอนาคต โครงการนี้ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่า ต้องการสนับสนุนความสามารถของเด็กๆในระดับประถมศึกษา ในด้านการสาธยายพุทธวจนะ

สำคัญที่สุด คือ จะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชน ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และประชาชนไทย หันมาสนใจในการน้อมนำ “คำของพระพุทธเจ้า” มาเป็นเสาหลักของจิตใจในการดำเนินชีวิต

โดยส่วนตัวแม้จะยังมองไม่เห็นภาพความสว่างไสวในทั้งหมดอย่างที่ผู้จัดคาดการณ์ให้เป็น แต่ก็นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ถูกเคี่ยวกรำให้ท่องสูตรคูณ ท่องศัพท์ ภาษาอังกฤษ ท่องอาขยาน หรือแม้แต่ท่องกลอนนิราศสารพัด สารพัน

ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ “ติดตัว” มาจนทุกวันนี้

การที่เด็กๆจะได้มีโอกาส “ท่อง” พุทธวจนะของพระพุทธเจ้า ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ติดตัวไปในวันข้างหน้าได้เช่นเดียวกัน

ที่สำคัญ เมื่อเริ่มท่อง สมาธิก็เริ่มเกิด เมื่อมีสมาธิแล้ว ปัญญาก็จะเกิดตามมา

พระพุทธเจ้าตรัสว่า... “การเจริญสมาธิสม่ำเสมอ มีศีลไม่พร่อง ปรารถนาสิ่งใด ก็จะได้สิ่งนั้น”

วันนี้โอกาสของการเข้าใกล้พระพุทธองค์มาถึงแล้ว โดยเฉพาะเด็กๆที่ต้องการเรียนรู้สิ่งที่เป็นคุณแก่ชีวิตในทุกๆด้าน

ไม่ต้องคิดถึงรางวัลที่จะได้รับ...แค่เพียงได้เริ่มต้น ความสุข ความสบาย ความสงบ ก็จะบังเกิดขึ้นในใจ

สนใจเข้าร่วมโครงการ คุณปราณีบอกว่า เพื่อให้ทันสมัย ตอบสนองการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่ไม่อาจปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงได้ จึงให้เด็กๆสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เว็บไซต์ www.nongtongbuddhawajana.com ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 นี้

อย่าเชื่อ ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ...ตามคำพระพุทธเจ้า...นะคะ...

วันวิสาข์ ชูชนม์

โหวตข่าวนี้