ฆ่าเปลือยแม่ม่าย

โดย ทีมข่าวหน้า 1 14 ก.ย. 2555 09:00

ปมชู้สาวมีหนุ่มติดพัน ผัวเก่าเดนคุก-ขอคืนดี

ทุบกะโหลกฆ่าเปลือยแม่ม่ายพราวเสน่ห์หมกศพในทุ่งนาติดไร่อ้อยเปลี่ยว เสื้อยกทรงและกางเกงในถูกถอดทิ้งไว้ข้างศพ สอบพบก่อนตายเหยื่อขี่รถ จยย.ใหม่ป้ายแดงไปส่งลูกสาวที่ร้านเสริมสวย แล้วหายตัวลึกลับพร้อมรถ จยย.นานกว่า 3 วัน พบอีกทีกลายเป็นศพสยอง แม่รู้ข่าวรุดให้การระบุลูกสาวเป็นคนหน้าตาดี เคยมีผัวมาแล้ว 2 คน คนแรกเสียชีวิต มีลูกติด 2 คน คนที่ 2 ติดคุกคดียาเสพติดเพิ่งพ้นโทษได้ 2 เดือน ปัจจุบันคบหากับพระที่เตรียมสึกมาสู่ขอ แถมมีหนุ่มวัยรุ่นติดพันอีก 2 คน ล่าสุดอดีตผัวขี้คุกมาหาผู้ตายก่อนหายตัวไปแค่วันเดียว แต่โดนไล่ออกจากบ้าน ตำรวจเตรียมเรียกมาสอบคลี่ปมมรณะ

เหตุฆาตกรรมแม่ม่ายพราวเสน่ห์เปลือยศพ ขึ้นอืดกลางทุ่งนารายนี้  เปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย. พ.ต.ท.มานะ  เกิดเปี่ยม  พนักงานสอบสวน  สภ.ด่านทับตะโก  อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพหญิงสาวตายเปลือยกลางทุ่งนาบ้านหนองน้ำขุ่น  หมู่  16  ต.ด่านทับตะโก  จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัชพงษ์ สุขบุญชูเทพ ผกก.สภ.ด่านทับตะโก และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชานุกูลราชบุรี

จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา  ต้นข้าวขึ้นสูงประมาณ 20 ซม. มีถนนลูกรังตัดผ่าน ฝั่งตรงข้ามเป็นไร่อ้อยค่อนข้างเปลี่ยว  ห่างจากถนนสายด่านทับตะโก-ทุ่งแฝก ประมาณ 500 เมตร พบศพเป็นหญิงสาวไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 25-30 ปี สภาพนอนหงายเปลือยกายขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว  ตรวจสอบศีรษะมีบาดแผลถูกทุบด้วยของแข็งจนกะโหลกแตกยุบเลือดแห้งเกรอะกรัง คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน

นอกจากนี้ยังพบเสื้อยกทรงกางเกงในของผู้ตายตกอยู่ข้างศพ  ห่างไปเล็กน้อยพบโทรศัพท์ยี่ห้อจีเน็ต 1  เครื่อง  เข็มขัดแบบหญิงสีน้ำตาล  ขวดแป้งเด็กแคร์สีชมพูมีรอยถูกเผาแต่ไหม้ยังไม่หมดและรองเท้าแตะแบบผู้หญิงตกอยู่ 2 ข้าง ภายในไร่อ้อยฝั่งตรงข้ามห่างจากจุดพบศพประมาณ 10 เมตร มีรอยล้อรถจักรยานยนต์วิ่งเป็นทาง  ตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้จนต้นอ้อยเอนราบ โดยมีเศษเส้นผมผู้หญิงตกอยู่เป็นกระจุก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเช้าวันที่ 13 ก.ย. นางปานวาส จินสุกร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/4 หมู่ 5 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชัชพงษ์ สุขบุญชูเทพ ผกก.สภ.ด่านทับตะโก เพื่อขอดูศพและหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ  เนื่องจากสงสัยว่าผู้ตายเป็นลูกสาวที่หายตัวไป  ก่อนยืนยันว่าผู้ตายคือ นางอนันทยา จินสุกร อายุ 30 ปี ลูกสาวที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา

สอบสวนนางปานวาสให้การว่า  นางอนันทยา ผู้ตาย  มีอาชีพปลูกผักทำสวน เคยแต่งงานมา  2  ครั้งแล้ว  สามีคนแรกเสียชีวิตไปแล้วและมีลูกด้วยกัน  2 คน ส่วนสามีคนที่ 2 ติดคุกคดียาเสพติดที่เรือนจำบางขวางเพิ่งพ้นโทษออกมาได้  2 เดือน  ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา  ผัวคนดังกล่าวมาหาผู้ตายที่บ้านเพื่อจะกลับมาอยู่กินด้วย  แต่ถูกนางอนันทยาไล่ออกจากบ้าน  เนื่องจากปัจจุบันผู้ตายคบหากับหนุ่มคนใหม่  ขณะนี้กำลังบวชพระอยู่และมีกำหนดสึกออกมาเพื่อจะมาสู่ขอผู้ตายตามประเพณี

แม่ผู้ตาย ให้การอีกว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย. นางอนันทยาขี่รถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ 125  สภาพใหม่ป้ายแดง พาลูกสาวคนโตไปแต่งหน้าทำผมที่ร้านเสริมสวยเพื่อจะไปแสดงในงานประจำปีของหมู่บ้านก่อนจะหายไปตัวพร้อมกับรถ  จยย.คันดังกล่าว  ญาติพยายามตามหาแต่ไม่พบร่องรอย  กระทั่งทราบข่าวว่ามีชาวบ้านพบศพหญิงสาวในทุ่งนา  เลยมาดูให้แน่ใจและยืนยันผู้ตายเป็นลูกสาวที่หายตัวไปแน่นอน  ส่วนเสื้อยืดสีน้ำตาล  กางเกงยีนส์ที่ผู้ตายใส่ในวันเกิดเหตุและรถ จยย.ยังหาไม่พบ

ด้าน  พ.ต.อ.ชัชพงษ์  สุขบุญชูเทพ  ผกก.สภ.ด่านทับตะโก  เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว  เนื่องจากสอบปากคำญาติพบว่าผู้ตายเป็นแม่ม่าย มีรูปร่างหน้าตาดี เคยมีสามีมาแล้ว  2  คน  ล่าสุดคบหาหนุ่มที่กำลังบวชพระและมีกำหนดจะมาสู่ขอในเร็วๆนี้  นอกจากนี้ ทราบว่ายังมีหนุ่มวัยรุ่นมาติดพันอีก  2  คนโดยติดต่อผ่านรายการวิทยุชุมชนเป็นสื่อกลางขอเพลงให้กัน  ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน โดยเฉพาะผัวเก่าที่เพิ่งออกจากคุกและมาหาผู้ตายก่อนพบศพเพียงแค่วันเดียว ขณะนี้ได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อหาร่องรอยว่ามีการข่มขืนหรือไม่

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง