เหตุฆ่าผอ.หญิง โจรล้างแค้นแทนอุสตาซ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 24 พ.ย. 2555 09:00

โปรยใบปลิวขู่ล่วงหน้าครูผวาหยุดสอน 40 ร.ร.ถล่มจุดตรวจ-ตร.เจ็บ 1

ตร.ได้เค้ากลุ่มโจรใต้ที่ยิงถล่ม ผอ.โรงเรียนบ้านท่ากำชำ จ.ปัตตานี เสียชีวิตแล้วเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุยิงครูบาดเจ็บ 2 คน เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา พบใบปลิวว่อนทั่วพื้นที่หนองจิกก่อนจะเกิดเหตุเพียง 1 วัน ประกาศจะล่าเด็ดหัวครูเย้ยมาตรการคุมเข้มของทางการ อ้างล้างแค้นแทนอุสตาซที่ถูกฆ่าตาย คณะครูผวาภัยมืดหยุดสอนไม่มีกำหนดกว่า 40 แห่ง รอสรุปมาตรการของฝ่ายความมั่นคงก่อน อีกรายกองโจรติดอาวุธบุกยิงถล่มจุดตรวจหน้า สภ.รามัน จ.ยะลา ตำรวจเจ็บ 1 นาย แถมวางกับระเบิดดักเล่นงานอีก 2 ลูก โชคดีเก็บกู้ทำลายทิ้งได้อย่างปลอดภัย ส่วนคดีบุกปล้นฐานทหาร ฉก.นราธิวาส 38 เมื่อต้นปี 54 ศาลตัดสินประหารชีวิตคนร้าย 1 คน จำคุกตลอดชีวิต 1 คน จำคุกคนละ 35 ปีอีก 3 คน ส่วนอีก 8 คนยกฟ้องเพราะหลักฐานอ่อน หนีประกันชั้นศาล 1 คน สั่งยึดหลักทรัพย์ และออกหมายจับตามล่าตัว

กรณีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่มยิงนางนันทนา แก้วจันทร์ วัย 51 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะขับรถเก๋งส่วนตัวกลับบ้านพักจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา สร้างความหวาดผวาให้กับครู และโรงเรียนในพื้นที่ประกาศหยุดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนด ขณะ เดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจระดมกำลังออกสืบหาเบาะแสคนร้ายที่ลงมืออย่างเร่งด่วน ล่าสุดรู้ตัวกลุ่มมือปืนที่ลงมือแล้ว

โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ สภ. หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนเพื่อคลี่คลาย คดีสังหารนางนันทนา แก้วจันทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านท่ากำชำ ใช้เวลากว่า 1 ชม. จึงแล้วเสร็จ ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกภพเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ทางตำรวจสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้วหลายปากเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ที่สำคัญคือปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และ 9 มม. ที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ มีการ นำไปตรวจเปรียบเทียบกับคดีในพื้นที่ต่างๆ ทำให้พอจะทราบกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะหนึ่งก่อน น่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

แหล่งข่าวซึ่งเป็น 1 ในชุดสืบสวนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามแนวทางการสอบสวนรวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าการสังหารนางนันทนาเป็นฝีมือ ของกลุ่มนายมะซอเร ดือรามะ นายลุกมาน ปูลาปาเปะ นายหะซัน สะแต และนายเมารานา สาและ อยู่ระหว่าง รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขออนุมัติออกหมายจับต่อไป สำหรับพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อ ว่าการสังหารนางนันทนาเป็นฝีมือของกลุ่มนาย

มะซอเร เนื่องจากก่อนจะเกิดเหตุเพียง 1 วัน คือวันที่ 21 พ.ย. มีการแจกใบปลิวทั่วพื้นที่ อ.หนองจิก โดย กลุ่มคนดังกล่าว อ้างเหตุนายมะหามะ มะแซ อุสตาซโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการกระทำ ของฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จึงประกาศที่จะแก้แค้นแทนโดยการสังหารเจ้าหน้าที่หรือครูในพื้นที่ ทั้งนี้ในใบปลิวระบุว่า เป็นคนร้ายที่ลอบยิงครูโรงเรียนบ้านต้นมะขาม อ.ยะรัง 2 คน บาดเจ็บเมื่อต้นเดือน พ.ย. พร้อมคำประกาศท้าทายอำนาจรัฐว่า “คำเตือน ถึงจะเป็นเวลาที่คุณคุ้มครองแน่นหนา แต่ถ้าเราต้องการ คุณก็ไม่อาจต้านเราได้”

ต่อมา เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่วัดโรงวาส ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพนางนันทนา แก้วจันทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านท่ากำชำ โดยมีเพื่อนข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนนักเรียน ผู้ปกครอง มาร่วมไว้อาลัยกว่า 1,000 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยังเป็นตัวแทนนำพวงหรีดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมาวางหน้าหีบศพ พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 5 แสนบาท และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 พ.ย.นี้

ส่วนบรรยากาศที่โรงเรียนบ้านท่ากำชำ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีครูหรือนักเรียนเดินทางมาแต่อย่างใด ซึ่งก็รวมทั้งโรงเรียนอีก 40 แห่งในพื้นที่ อ.หนองจิก ต่างพร้อมใจกันหยุดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนด คงมีเพียงแต่กำลังตำรวจและทหารที่มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนแต่ละแห่งเท่านั้น

ต่อมาเวลา 09.30 น. นายประมุข ลมุล ผวจ. ปัตตานี พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมที่โรงเรียนบ้านท่ากำชำ ก่อนจะเดินทางไปยังวัดมุจลินทวาปีวิหาร อ.หนองจิก เพื่อร่วมประชุมกับคณะครูในพื้นที่ อ.หนองจิก หารือถึงปัญหาและข้อบกพร่องในการ ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับครูและนักเรียนในพื้นที่ โดยคณะครูต้องการความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ซึ่ง ผวจ.ปัตตานี รับที่จะนำไปประชุมกับฝ่ายความมั่นคงโดยเร็วที่สุด เพื่อให้โรงเรียนในพื้นที่ อ.หนองจิก กลับมาเปิดสอนตามปกติได้ในวันจันทร์ที่ 26 พ.ย.นี้

ด้านนายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ ครู 3 จังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมา หน่วยกำลังที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างเปิดแผนเชิงรุกในการตรวจค้นจับกุมกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง จึงมีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้ามมาที่ประชาชน รวมทั้งเป้าหมายอ่อนแออย่างครู ซึ่งหากก่อเหตุแล้วก็จะเกิดผลกระทบในวงกว้าง จึงอยากให้หน่วยกำลังที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการทุ่มเทดูแลกลุ่มอ่อนแอเหล่านี้ที่เป็นเป้าหมายหลักเทียบเท่าการใช้กำลังทุ่มเทกับการเปิดแผนเชิงรุก โดยในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ทางสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเรียกประชุมด่วน ผอ.ทุกโรงเรียนในพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อหาแนวทางและข้อเรียกร้องต่อหน่วยกำลังที่รับผิดชอบ ตลอดจนรัฐบาลให้เข้ามาช่วยดูแลช่วยเหลือครูในพื้นที่ให้มีเอกภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนความคืบหน้าเหตุการณ์กองกำลังติดอาวุธประมาณ 10 คน ใช้อาวุธสงครามบุกยิงถล่มจุดตรวจหน้า สภ.รามัน จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ ส.ต.ท.ชาญณรงค์ สงหมุน ผบ.หมู่งาน ป. ถูกยิงบาดเจ็บนำส่งไปรักษาที่ รพ.ศูนย์ยะลา ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 23 พ.ย. พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสภา ผกก.สภ.รามัน พ.ต.ท.อำไพ ชุมช่วย รอง ผกก.ป. นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอรามัน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด “ศรชัย” และ “ศรศึก” บก.ภ.จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานเดินทางเข้าไปตรวจสอบบริเวณหลังร้านช้อนเงินช้อนทองที่คนร้ายลัดเลาะเข้ามาซุ่มยิงถล่มจุดตรวจ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้า ตกกระจัดกระจายเกลื่อนเก็บได้ 20 ปลอก

นอกจากนี้ยังพบวัตถุต้องสงสัยเป็นท่อพีวีซีโผล่จากพื้นดิน มีเศษวัสดุปกปิดไว้ เชื่อว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเหยียบของคนร้ายที่นำมาวางดักไว้หลังก่อเหตุ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติมาตลอด มีน้ำหนักราว 5 กก. ทางหน่วยเก็บกู้ฯตัดสินใจใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายทิ้ง ปรากฏว่าเกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย ห่างจากจุดแรกไปราว 2 เมตร ก็พบวัตถุระเบิดชนิดเดียวกัน จึงทำลายทิ้งเป็นลูกที่ 2

จากการสืบสวนเชื่อว่า กลุ่มที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มของนายอุสมาน เด็งสาแม แกนนำระดับปฏิบัติการที่ดูแลพื้นที่ อ.รามัน และ นายรอนิง รอฮิง ต้องการแก้แค้นให้กับพรรคพวกที่ถูกวิสามัญ 2 ศพ คือ นายมานะ มะแซจือนารง อายุ 35 ปี และนายอุสมัน วารี อายุ 26 ปี นอกจากนี้ยังกดดันไล่ล่ากลุ่มของนายอุสมานต้องออกมามอบตัวอีก 1 คน คือ นายอับดุลรอเซะ เด็งสาแม อายุ 56 ปี เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนการติดตามกลุ่มคนร้าย เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พ.ย. พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสภา ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา ประสานกำลังทหาร ฉก.ยะลา 12 กำลัง อส.อำเภอรามัน และ ชรบ.กว่า 150 นาย กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัย 6 จุด ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านปูลัย หมู่ 7 บ้านบาลูกาปาลัส ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ปรากฏว่า ในบ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 7 บ้านบาลูกาปาลัส ซึ่งเป็นบ้านของนายสตอปา ยาเงาะมะ แนวร่วมก่อความไม่สงบที่ถูกจับได้ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พบปุ๋ยยูเรียผสมน้ำมันหนัก 30 กก. และขวดบรรจุน้ำมันเบนซินอีก 0.50 ลิตร ส่วนบ้านของนายอุสมาน เด็งสาแม ผู้ต้องสงสัยยิงถล่มจุดตรวจหน้า สภ.รามัน ไม่พบตัวบุคคลและสิ่งผิดกฎหมายจึงถอนกำลังกลับ
เวลาไล่เลี่ยกัน ที่ รพ.ศูนย์ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ยะลา พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยม ส.ต.ท. ชาญณรงค์ สงหมุน ผบ.หมู่งาน ป.สภ.รามัน ที่ถูกยิงบาดเจ็บพร้อมมอบเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท จากนั้นได้เข้าเยี่ยมนางสุภาภรณ์ ศรีไสย ครูโรงเรียนอิสลามประสานวิทย์ ที่บาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ที่ตลาดสิโรรส อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท และเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ช.มะเพาซี ดาโอ๊ะ อายุ 12 ปี และ ด.ช.มะเพาซัน ดาโอ๊ะ อายุ 12 ปีพี่น้องฝาแฝดที่บาดเจ็บจากเหตุวางระเบิดขบวนรถไฟสายยะลา-สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 18 พ.ย.พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งด้วย

ด้านแหล่งข่าวความมั่นคงได้ออกหนังสือเวียนเพื่อแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ให้เฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นที่จะก่อเหตุลอบวางระเบิดในหลายจุดพร้อมกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำมีการพบปะและประชุมวางแผนกันที่ประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เพื่อร่วมก่อเหตุพร้อมกันทั้ง 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลาด้วย

วันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงผลการดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.54 เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 6 นาย ภายหลังติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ 15 คน พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ในความผิดร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2229/2554 ของศาล จังหวัดนราธิวาส

ต่อมาวันที่ 21 พ.ย. ศาลจังหวัดนราธิวาส มีคำพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 1 นายมะตอฮา เซะ อายุ 27 ปี จำเลยที่ 2 นายอารีย๊ะ มะแซ อายุ 40 ปี และจำเลยที่ 3 นายอาบัส สือแต อายุ 25 ปี จำคุกคนละ 35 ปี จำเลยที่ 4 นายอุษมาน ยาแต อายุ 25 ปีจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 5 นายยาห์ยา บือราเฮง อายุ 23 ปีถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 6 นายมูหมัดนาพี บูละ อายุ 31 ปี จำเลยที่ 7  นายอิสมะแอ กาโล อายุ 23 ปี จำเลยที่ 8 นายอัมรัน สะมะแอ อายุ 23 ปี จำเลยที่ 9 นายรุสลาม สีมาอะ อายุ 36 ปี จำเลยที่ 10 นายมาหะมะ สารอ อายุ 24 ปี จำเลยที่ 11 นายซานูซี ยาแต อายุ 29 ปี จำเลยที่ 12 นายมะธาฮา ยะสีงอ อายุ 27 ปี และจำเลยที่ 13 นายอับดุลเลาะ เจ๊ะดอเลาะ อายุ 42 ปี

ศาลสั่งยกฟ้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนจำเลยที่ 14 นายสะบูรฮัม ปูตะนิง อายุ 32 ปี เสียชีวิตจากโรคประจำตัว จึงจำหน่ายออกจากคดี และจำเลยที่ 15 นายฮาพีซีน วาแตบือแง อายุ 22 ปี หลบหนีการประกันตัวชั้นศาล จึงสั่งยึดหลักทรัพย์ประกัน และออกหมายจับตามล่าตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้สำหรับจำเลยที่ 6 ถึง 13 ที่ศาลชั้นต้นมีความเห็นยกฟ้อง ทางพนักงานอัยการได้ยื่นขออุทธรณ์ ศาลจึงมีคำสั่งให้คุมขังไว้เพื่อรอคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อไป

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 16/04/57 ดู 620 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 18/04/57 ดู 417 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 19/04/57 ดู 374 ครั้ง
  4. 4 ทีวีทีเด็ด 15/04/57 ดู 250 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 17/04/57 ดู 243 ครั้ง