โบอิ้ง777แอร์มาเลย์ ดิ่งทะเล239ศพ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 9 มี.ค. 2557 09:00

จู่ๆหายไร้ร่องรอย-ผวาก่อการร้าย

นานาชาติผนึกกำลังเร่งค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส บรรทุกผู้โดยสาร 227 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนกับลูกเรือมาเลย์อีก 12 คน รวม 239 ชีวิต จู่ๆขาดการติดต่อกับหอการบิน หลังออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้ากรุงปักกิ่งได้เพียง 2 ชม. คาดตกกลางทะเลทางตอนใต้ของเวียดนาม แต่ยังไร้วี่แวว ขณะที่ญาติผู้โดยสารชาวจีนที่มารอฟังข่าวถึงกับร่ำไห้ระงม ทางการมาเลย์ยันไม่ตัดทิ้งทุกประเด็นเหตุเครื่องบินตก รวมถึงก่อการร้าย

เหตุเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส คาดว่าประสบอุบัติเหตุตกกลางทะเลในครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ 8 มี.ค.หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยฉุกเฉินแห่งเวียดนาม ระบุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 777-200 อีอาร์ ของมาเลเซียแอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติมาเลเซีย เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ รวม 239 ชีวิต ที่ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย แต่ยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางกรุงปักกิ่งของจีน อาจประสบเหตุตกลงกลางทะเลในพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนาม ห่างจากเกาะฟูก๊วกราว 153 ไมล์ทะเล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นเวียดนาม ตรงกับเวลาเดียวกับไทย

ตามรายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังข่าวเครื่องบินลำนี้ขาดการติดต่อและหายไปจากจอเรดาร์กว่า 6 ชั่วโมง ทางการมาเลเซีย เวียดนาม และจีน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย พร้อมเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และเรือกู้ภัย เข้าพื้นที่น่านน้ำทะเลจีนใต้ จุดเชื่อมพรมแดนทางทะเลระหว่างเวียดนามและมาเลเซีย ใกล้กับพิกัดสุดท้าย ซึ่งสำนักงานภาคพื้นดินได้ติดต่อกับเครื่องบินลำดังกล่าว โดยสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลมาเลเซียส่งเรือกู้ภัย 4 ลำ เครื่องบิน 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ ตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุ ขณะที่กองทัพเวียดนามส่งเรือ 2 ลำมาสมทบ เช่นเดียวกับรัฐบาลจีนส่งเรือและเฮลิคอปเตอร์ร่วมค้นหา

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมมาเลเซียยังไม่แถลงยืนยันว่าเครื่องบินของมาเลเซียแอร์ไลน์สตกลงกลางทะเลทางใต้ของเวียดนามจริงหรือไม่ โดยระบุว่าการค้นหาเครื่องบินและผู้โดยสารยังไม่สิ้นสุด อีกทั้งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเครื่องบินลำดังกล่าวแล่นลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบินเมืองหนานหนิง ทางใต้ของจีน

นายอาหมัด จาวฮารี ยะห์หยา รองประธานบริหารฝ่ายควบคุมการบิน ประจำสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า นักบินประจำเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ขาดการติดต่อกับสำนักงานภาคพื้นดินหลังนำเครื่องขึ้นบินได้ราว 2 ชั่วโมง นับตั้งแต่นำเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเวลาประมาณ 00.41 น.วันเสาร์ที่ 8 มี.ค. และเครื่องไม่ได้แล่นลงจอดที่จุดหมายปลายทางที่สนามบินกรุงปักกิ่งตามกำหนดในเวลา 06.30 น.วันเดียวกัน ทางสายการบินจึงติดต่อไปยังครอบครัวและญาติใกล้ชิดของผู้โดยสารชาวจีน ซึ่งอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าวให้มารวมตัวกันที่สนามบินกรุงปักกิ่งเพื่อรอฟังความคืบหน้า ซึ่งหลายครอบครัวที่รับทราบข่าวต่างก็อยู่ในอาการตระหนกตกใจและถึงกับร่ำไห้เมื่อคิดว่าน่าจะเกิดเหตุไม่ปกติกับเที่ยวบินดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกัน สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ระบุนักบินเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 คือนายซาฮารี อาหมัด ชาห์ อายุ 53 ปี มีประสบการณ์การบินมากกว่า 18,635 ชม.และทำงานให้กับสายการบินมาเลเซียมาตั้งแต่ปี 2524 ส่วนนักบินผู้ช่วยคือนายฟาริก อับดุลฮามิด อายุ 27 ปี มีประสบการณ์การบิน 2,763 ชม.ผู้โดยสารเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ทั้งหมด 227 คน ประกอบด้วยชาวจีน 153 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน ไม่ทราบอายุแน่ชัด ชาวมาเลเซีย 38 คน ชาวอินโดนีเซีย 12 คน ชาวออสเตรเลีย 6 คน ชาวฝรั่งเศส 3 คน อเมริกัน 4 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน ไม่ทราบอายุแน่ชัด ชาวนิวซีแลนด์ 2 คน ยูเครน 2 คน แคนาดา 2 คน รัสเซีย 1 คน อิตาลี 1 คน ไต้หวัน 1 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน และออสเตรีย 1 คน ส่วนลูกเรือเป็นชาวมาเลเซียทั้งหมด 12 คน

ในเวลาต่อมา นายอาซาฮารุดิน อับดุล–เราะห์มาน หัวหน้าหน่วยงานการบินพลเรือนของมาเลเซีย แถลงว่า นับตั้งแต่เครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซียเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เส้นทางบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์สู่กรุงปักกิ่งขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากนานาชาติทั้งของมาเลเซีย จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมภารกิจค้นหาหลักฐานร่องรอยเครื่องบินบริเวณจุดส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายกลางทะเลจีนใต้พื้นที่กว้างกว่า 11,200 ตารางกิโลเมตร รวมถึงส่งข้อความไปยังเรือสินค้าที่แล่นอยู่ในละแวกดังกล่าวให้ช่วยชี้เบาะแส แต่จนถึงเวลา 18.00 น. ตามเวลาในไทย ก็ยังไม่พบเจอสัญญาณหรือหลักฐานใดๆที่ยืนยันได้ว่าเครื่องบินตก ขณะที่เริ่มมีคำถามจากสื่อมวลชนถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องบินพาณิชย์ของมาเลเซียลำนี้อาจถูกก่อการร้าย ซึ่งทางการมาเลเซียก็ยังไม่มีข้อมูลใดๆมายืนยันเช่นกัน แต่ยังไม่ตัดสาเหตุเครื่องบินตก อาจเกิดขึ้นได้จากทุกเรื่อง ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณทะเลจีนใต้ยังตึงเครียดจากกรณีความขัดแย้งแย่งครอบครองหมู่เกาะกลางทะเล จากหลายประเทศโดยเฉพาะจีนกับฟิลิปปินส์

นอกจากนั้น มีรายงานด้วยว่า ทางการมาเลเซียได้พยายามร้องขอรับทราบข้อมูลการบินของเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จากศูนย์ควบคุมการบินพลเรือนของเวียดนาม แต่ทางเวียดนามระบุยังไม่ได้ติดต่อใดๆกับเครื่องบินลำดังกล่าว เนื่องจากเครื่องบินยังไม่ได้บินเข้าสู่น่านฟ้าในเขตควบคุมการบินของเวียดนาม

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่ง ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เร่งตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสาร เที่ยวบินดังกล่าวแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มีคนไทยที่โดยสารเครื่องบินบนลำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และจะตรวจสอบเหตุการณ์ไปยัง 2 ประเทศอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนไทยในเหตุการณ์ดังกล่าวจริง

จากนั้น พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์  ได้ตกในทะเลจีนใต้ ใกล้กับเกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเวียดนามว่า ขณะนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้เตรียมพร้อมการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยให้ทางศูนย์ปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 2 เตรียมเรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงสัตหีบ รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียจำนวน 1 ลำ ให้พร้อมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทันทีเมื่อได้รับคำสั่งมายังกองทัพเรือ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางรัฐบาลมาเลเซียยังไม่ได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพเรือแต่อย่างใด

กระทั่งเวลา 20.43 น. ตามเวลาในไทย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเครื่องบินของเวียดนามที่ร่วมค้นหาเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สที่สูญหายและสันนิษฐานว่าน่าจะตกในทะเลบริเวณน่านน้ำทะเลจีนใต้บรรจบ กับอ่าวไทย ได้ตรวจพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ 2 จุด ลอยเป็นเส้นขนานห่างกันราว 500 ม. เป็นระยะ 15-20 กม. แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียที่สูญหายหรือไม่ เพราะภารกิจค้นหาทางอากาศต้องยกเลิกลงเนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและทัศนวิสัยไม่อำนวย

เวลา 22.00 น. สำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ตามที่มีข่าวว่ามีชาวออสเตรียและอิตาลี ประเทศละ 1 คน อยู่บนเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียที่สูญหายนั้น ทางการออสเตรียและอิตาลีได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่มีพลเมืองของตนรวมอยู่ด้วย โดยชาวอิตาลี ที่ชื่อว่านายลุยจิ มารัลดี อายุ 37 ปี นั้น นสพ.คอร์เรียร์ เดลลา เซรา รายงานว่า พาสปอร์ตของเขาถูกขโมยขณะพำนักในไทยเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่สำนักข่าวอันซ่าของอิตาลีรายงานด้วยว่า นายมารัลดีที่กำลังท่องเที่ยวในไทยขณะนี้ได้โทรศัพท์กลับบ้านหลังได้ยินข่าวว่ามีคนอิตาลีที่ชื่อเดียวกับตนอยู่บนเครื่องบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ออสเตรียเผยว่ากรณีมีชื่อผู้โดยสารที่เป็นชาวออสเตรียนั้น แท้จริงแล้ว เจ้าของพาสปอร์ตตัวจริงยังอยู่สบายที่ออสเตรีย ส่วนพาสปอร์ตถูกขโมยขณะอยู่ในไทยเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะที่สหรัฐอเมริกายืนยันมีชาวอเมริกัน 3 คน อยู่บนเครื่องบินที่สูญหายจริง

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง