advertisement

ย้อนปริศนาหายนภัยการบิน ถึงเวลาลุยพาสปอร์ตปลอม

โดย บวร โทศรีแก้ว 16 มี.ค. 2557 05:01

ภาวนา  -  ประติมากรรมบนผืนทรายที่ชายหาดเมืองภูพเนศวรในอินเดีย ฝีมือนายซูเดอร์ซาน ปัตนาอิค ศิลปินชาวอินเดีย ซึ่งขอให้ชาวโลกร่วมกันสวดภาวนาให้คนบนเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH370 ที่หายสาบสูญไปปลอดภัย (เอเอฟพี)

ในโลกยุคเทคโนโลยีการสื่อสารขั้นเทพ  มีอินเตอร์เน็ต ดาวเทียม จีพีเอส ฯลฯ ค้นหา-ระบุพิกัดได้ทะลุปรุโปร่งแม่นยำ ไม่น่าเชื่อที่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH 370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน จะสูญหายไร้ร่องรอยตั้งแต่เช้าวันที่ 8 มี.ค. ขณะบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์จะไปกรุงปักกิ่ง

ปริศนาลี้ลับนี้ก่อให้เกิดทฤษฎีต่างๆ นานา ไล่ตั้งแต่เครื่องบินตกเพราะเครื่องยนต์หรือเทคนิคขัดข้อง ถูกจี้หรือก่อวินาศกรรม นักบินชุ่ยหรือฆ่าตัวตาย ผู้ก่อการร้ายทดลองลงมือเพื่อต่อยอดก่อการใหญ่ในอนาคต (Dry run) ไปจนถึงถูกมนุษย์ต่างดาวอุ้มหาย ซึ่งยากสรุปจนกว่าจะค้นพบซากเครื่องบินและ “กล่องดำ”

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่องบินสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือตกอย่างมีปริศนา!

คดีเครื่องบินหายลึกลับที่โด่งดังที่สุดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ต้องยกให้ “อเมเลีย เอียร์ฮาร์ท” นักบินหญิงคนแรกของโลกชาวอเมริกันที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกสำเร็จ แต่ขณะเธอและเนวิเกเตอร์คู่หูพยายามทำสถิติบินรอบโลกใน พ.ศ.2480 เครื่องบินก็หายสาบสูญไร้ร่องรอยเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก แม้จะมีปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่หลายครั้งก็ไม่พบจนถึงบัดนี้

ส่วนกรณีใกล้เคียงกับ MH370 ที่สุด น่าจะเป็นเครื่องบินแอร์บัส 330 เที่ยวบิน 447 ของ “แอร์ ฟรานซ์” ของฝรั่งเศส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 228 คน หายไปขณะบินจากนครริโอ เด จาเนโร ในบราซิล จะไปกรุงปารีสใน พ.ศ. 2552 ต้องใช้เวลา 5 วันกว่าจะพบซากเครื่องบินชิ้นแรก แต่อีกเกือบ 2 ปีกว่าจะค้นพบลำตัวเครื่องและกล่องดำใต้มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งลึกถึง 4,000 เมตร ส่วนสาเหตุเชื่อว่าระบบบินอัตโนมัติขัดข้อง ทำให้เครื่องบินหล่นวูบเพราะไร้แรงยกและนักบินกู้ไม่ทัน

แต่ที่ถกเถียงกันมากที่สุดเห็นจะเป็นเครื่องบิน “อียิปต์ แอร์” ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะบินจากนิวยอร์กไปกรุงไคโร เมื่อ พ.ศ. 2542 คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 217 คน ทีมสอบสวนสหรัฐฯ ชี้ว่า นายกาเมล เอล-บาตูตี นักบินผู้ช่วย จงใจทำให้เครื่องบินตกเพื่อแก้แค้นผู้บริหารบริษัทคนหนึ่งที่ดุด่าเขาเรื่องประพฤติผิดทางเพศและขณะนั้นอยู่ในเครื่องบินด้วย  แต่อียิปต์โต้แย้งว่าเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง

และที่โด่งดังฝังใจชาวโลกที่สุด ต้องยกให้ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” หรือ “สามเหลี่ยมปีศาจ” พื้นที่สมมติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างปลายรัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ เกาะเบอร์มิวดาและเปอร์โตริโก ซึ่งมีรายงานเครื่องบินและเรือสูญหายไร้ร่องรอยจำนวนมาก จนร่ำลือกันว่าเกิดจากมนุษย์ต่างดาวหรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ารายงานถูกเสริมเติมแต่งเกินจริง แต่ปริศนาก็ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

อีกกรณีคือ “สตีฟ ฟอสเซตต์” มหาเศรษฐีนักผจญภัยชาวอเมริกันวัย 63 ปี เจ้าของสถิติบินรอบโลกโดยไม่แวะเติมน้ำมันคนแรกของโลกเครื่องบินเล็กของเขาหายไปหลังบินขึ้นจากรัฐเนวาดาเมื่อ 3 ก.ย. 2550 แม้มีการพลิกแผ่นดินค้นหา รวมทั้งใช้ระบบ “กูเกิล เอิร์ธ” เข้าช่วย แต่กว่าจะพบซากเครื่องบินก็ 1 ปีกว่า และทีมสอบสวนชี้ว่าสาเหตุคือเครื่องบินเผชิญกระแสลมแรง

ส่วนกรณีอื่นๆ เครื่องบินโบอิ้ง 727 ของสายการบิน “ฟอว์เซตต์ แอร์ไลน์ส” ของเปรู ตกในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเพราะน้ำมันหมดขณะมุ่งหน้าสู่เมืองไมอามีในสหรัฐฯ เมื่อ พ.ศ.2533 จนบัดนี้ยังหาซากไม่พบ และเครื่องบิน  “อดัม  แอร์” ของอินโดนีเซีย พร้อมคนบนเครื่อง 102 คน หายสาบสูญเหนือน่านฟ้าอินโดฯ เมื่อ 1 ม.ค.2550 ต้องใช้เวลาถึง 7 เดือนกว่าจะกู้กล่องดำขึ้นมาได้ และลำตัวเครื่องบินยังอยู่ใต้ทะเลลึกจนบัดนี้

ขอย้อนกลับมากรณีเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน  MH 370 ของมาเลเซียครับ...ตอนแรกๆ นอกจากจะมีปริศนาว่าเครื่องบินหายไปไหนแล้ว ยังมีข้อสงสัยเรื่อง “ผู้ก่อการร้าย” ด้วย เพราะพบว่าผู้โดยสาร 2 คนซื้อตั๋วโดยใช้พาสปอร์ตปลอมของชาวออสเตรียและอิตาลีซึ่งถูกขโมยไปในประเทศไทย

เรื่องนี้เลยถูกสื่อฯ ขุดคุ้ยฉาวโฉ่ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทย เป็นศูนย์กลางธุรกิจพาสปอร์ตปลอม และสายการบินปล่อยให้ผู้ใช้พาสปอร์ตปลอมขึ้นเครื่องได้ง่ายดาย ดังเช่นหนุ่มวัย 18 และ 29 ปี ชาวอิหร่าน บนเครื่อง MH 370 ลำนี้ แม้จะสรุปว่าไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แค่พยายามลี้ภัย แต่ทำเอาป่วนกันไปทั่ว

จริงๆแล้ว องค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โปล) ได้ตั้ง “ฐานข้อมูลเอกสารการเดินทางที่ถูกขโมยและสูญหาย” (SLTD) ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2545 หลังเหตุวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐฯ และปัจจุบันมีข้อมูลพาสปอร์ตแจ้งหายหรือถูกขโมยในระบบแล้วกว่า 40 ล้านราย ซึ่งอนุญาตให้สมาชิก 190 ประเทศเข้าใช้ฟรีๆ

แต่มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้น คือสหรัฐฯ อังกฤษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่เข้าไปใช้ฐานข้อมูลนี้อย่างเป็นระบบจริงจัง ทำให้ปีที่แล้วผู้โดยสารสามารถขึ้นเครื่องบินกว่า 1,000 ล้านครั้งโดยที่พาสปอร์ตไม่ถูกสกรีนเลย แสดงว่าอินเตอร์โพล สายการบินและสนามบินต่างๆ ทั่วโลกไร้การประสานงานกันเกือบสิ้นเชิง

อย่าลืมว่านายแรมซี ยูเซฟ ผู้วางแผนวางระเบิดตึกเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ในนิวยอร์กครั้งแรกในปี 2536 ก็ใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ส่วนนายมิโลรัด อูเลเมค ผู้ลอบสังหารประธานาธิบดีและนายกฯ เซอร์เบียในปี 2546 ก็ใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางข้ามพรมแดนถึง 27 ประเทศขณะหลบหนีกว่าจะถูกจับได้

พาสปอร์ตปลอมอันตรายขนาดนี้...ทั่วโลกมัวเฉื่อยแฉะทำอะไรกันอยู่?


บวร โทศรีแก้ว

 

โหวตข่าวนี้