advertisement

วางแผนเกษียณให้รวย

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 14 ก.ย. 2555 05:00

อีกไม่กี่วันก็จะถึง “วันถอดหัวโขน” วันเกษียณอายุราชการ 30 กันยายนแล้ว สำหรับคนที่มีอายุครบ 60 ปี ปัญหาที่จะตามมาหลังการเกษียณก็คือ ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตหลังเกษียณต่อไปจนตาย ถือเป็นปัญหาใหญ่ของคนที่เกษียณอายุทุกคน เพราะคนไทยวันนี้มีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิมมาก 60 ปียังเตะปี๊บกระเด็น ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 20 ปีเป็นอย่างน้อย

วันก่อน คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กบข. แถลงว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาทบทวนกฎเกณฑ์ เพื่อให้สมาชิก กบข.สามารถเลือกรับเป็น เงินบำนาญ แบบเดิมหรือ แบบ กบข. หลังเกษียณได้

คุณโสภาวดี เห็นด้วยกับ กระทรวงการคลัง ที่เปิดทางเลือกให้สมาชิก กบข.ถือเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับข้าราชการ ซึ่งถูกหลอกเข้ามาในระบบ กบข.โดยไม่ได้ทราบข้อเท็จจริง คิดว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ 9% ตลอดไป  แต่ในปัจจุบันดอกเบี้ยเป็นขาลง ไม่มีทางที่จะได้ผลตอบแทนสูงขนาดนั้น

หากกระทรวงการคลังเปิดทางเลือกให้ ก็จะมีสมาชิก กบข. 800,000 คน จาก 1.2 ล้านคน มีสิทธิจะเลือกกลับไปรับบำนาญแบบเดิมได้

การวางแผนชีวิต และ การวางแผนการเงินในอนาคต เป็นเรื่องสำคัญที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คิด ผมเพิ่งอ่านวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนกันยายน ซึ่งมีสกู๊ปพิเศษรับเดือนเกษียณด้วยข้อแนะนำ “8 เทคนิคเกษียณให้รวย” อ่านแล้วก็อดนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไม่ได้ เพื่อเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ในยุคที่เมืองไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “สังคมผู้สูงวัย” เต็มตัว

คุณอุมาพันธ์ เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทย ให้หลักการในการวางแผนชีวิตเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณในสกู๊ปว่า มีอยู่ 4 ข้อ คือ ความฝันในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ อาชีพการงานการออม และ การลงทุนเพิ่ม แต่ที่สำคัญที่สุดคือตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า หลังเกษียณแล้วจะไปอยู่ไหน ต้องการเงินใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไร

ตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน ที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจไว้เมื่อปี 2552 พบว่า กรุงเทพฯ แพงที่สุด ตกเดือนละ 30,000 บาท ภาคใต้ ก็มีค่าครองชีพค่อนข้างสูงเฉลี่ยครัวเรือนละ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ภาคที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดก็คือภาคเหนือ และ จังหวัดที่มีค่าครองชีพถูกที่สุด ก็คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนตกเดือนละ 5,300 บาทเท่านั้นเอง

เห็นข้อมูลเหล่านี้แล้ว ผมเลยไม่แปลกใจ ทำไม ผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่น จึงนิยมมาใช้ชีวิตหลังเกษียณแถบภาคเหนือของไทย นอกจากจะมีภูเขาป่าไม้เหมือนญี่ปุ่นแล้ว ค่าครองชีพภาคเหนือยังถูกที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ผู้สูงวัยญี่ปุ่นที่มาอยู่เมืองไทย ส่วนใหญ่จะมีเงินบำนาญใช้เดือนละประมาณ 100,000 บาท เงินแค่นี้ในญี่ปุ่นต้องอยู่แบบประหยัด แต่มาอยู่ภาคเหนือกลับเป็นเศรษฐี

เมื่อรู้ไลฟ์สไตล์ของตัวเองแล้ว มีการวางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนกับใคร มีค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร ขั้นตอนต่อไปก็คือ การวางแผนการออมเงิน เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

คำถามต่อมาก็คือ ต้องเก็บเงินไว้เท่าไรจึงพอ ก็มีหลักคิดง่ายๆคือ นำค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ต้องการใช้หลังเกษียณ คูณด้วย 12 ก็จะรู้ว่าต้องการเงินใช้จ่ายปีละเท่าไร แล้วคิดต่อว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณไปอีกกี่ปีคูณเข้าไป ก็จะเป็นเงินออมที่ต้องออม แต่อย่าลืมบวก “อัตราเงินเฟ้อ” เข้าไปด้วย ส่วนใครที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวหลังเกษียณ ก็อย่าลืมบวกค่าใช้จ่ายก้อนนี้เข้าไปด้วย

นี่คือ ขั้นตอนการวางแผนชีวิต การวางแผนการเงินหลังเกษียณอย่างคร่าวๆ แต่รายละเอียดมีอีกเยอะ ไปอ่านเอาเองดีกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกฝันจะเป็นจริงได้ ก็อยู่ที่ “วินัย” ในการออม และการลงทุนให้เงินงอกเงย ถ้าขาดวินัยเสียอย่าง ทุกอย่างก็เอวังไปไม่ถึงฝั่งฝันแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement