advertisement

งานสัปดาห์หนังสือ สื่อเรียนรู้สู่อาเซียน

โดย 4 เม.ย. 2556 05:00

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี พ.ศ.2556 จัดเป็นครั้งที่ 41 ท่ามกลางบรรยากาศก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

หลายสำนักพิมพ์เตรียมหนังสือให้ความรู้ความเข้าใจไว้ก่อน ถึงปี พ.ศ.2558 จักได้เข้าร่วมกับมิตรประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เปิดงานอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม เลือกซื้อหนังสือกันได้อย่างจุใจ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม เรื่อยไปจนถึงวันที่ 8 เมษายน ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. มีสำนักพิมพ์กว่า 420 แห่งมาเปิดบูธขายหนังสือถึง 950 บูธ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้สำนักไหนเลือกซื้อกันได้อย่างเต็มกำลังสนใจ

นอกจากหนังสือแล้ว นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และนายธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ อุปนายกฯในฐานะหัวหอกในการจัดงานย้ำว่า ยังมีกิจกรรมดีๆ เสริมอีก เช่น นิทรรศการภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม พ.ศ.2555 ณ สีหบัญชร ถนนสานการ์ตูน และนิทรรศการหนังสืออัญมณีแห่งอาเซียน เป็นต้น

หนังสือสื่อเรียนรู้เพื่อนบ้านอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี เศรษฐกิจ การเมือง และอื่นๆ มีหลายสำนักพิมพ์จัดพิมพ์ให้เลือกซื้อหา โปรดพิจารณาและเลือกซื้อกันอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างเสริมความรู้ที่ถูกต้องสืบไป

มุมของคนเกี่ยวข้องในการใช้หนังสือ เพื่อความรู้และเข้าใจประชาคมอาเซียน นายวุฒิ บุญเลิศ กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี บอกว่า โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพม่า มีการจัดห้องอาเซียนขึ้นมาโดยเฉพาะ

แต่หนังสือที่จะนำเข้าไป “เราดูตามร้าน เกือบทุกสำนักพิมพ์มีหนังสือเกี่ยวกับอาเซียนออกมา ไม่ว่าจะเป็นสารคดีหรืออะไร ก็ตามถือว่าเป็นโอกาสทองของสำนักพิมพ์ แต่สิ่งที่สำนักพิมพ์ผลิตออกมา จะพูดถึงประชากร สังคม ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เราสามารถหาได้ในกูเกิ้ลอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก ยกเว้นกรณีต้องการเอกสารเป็นชุดๆ”

เนื้อหาในหนังสือที่ขาดไปคือ “เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกฎบัตร ข้อตกลงที่เราจะมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไรนั้นมีน้อยมาก จึงอยากให้พิจารณาในเรื่องราวเหล่านี้”

ส่วนการให้ความรู้เรื่องประชาคมอาเซียนในโรงเรียน นายศิวะ บุญเลิศ อดีตผู้สื่อข่าวและลูกจ้างองค์กรระหว่างประเทศ บอกว่า โรงเรียนมักจะติดรูปธงชาติ รูปนายกรัฐมนตรีประเทศต่างๆ แต่ไม่ติดคำอธิบายข้อดี ข้อเสียของการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนให้รู้ว่า เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

เชื่อว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น “เรื่องแรงงานที่จะมีการเคลื่อนไหว จะอธิบายเรื่องราวเหล่านี้อย่างไร และมีมาตรการป้องกันอย่างไร” ดังนั้น “น่าจะมีหนังสือ หรือมีการสรุปสั้นๆ ให้เด็กๆ หรือคนทั่วไปได้เข้าใจ และที่สำคัญต้องสร้างนิสัยรักการอ่านของคนไทยให้มากๆ ด้วย” นายศิวะสรุป

ในมุมของคนทำหนังสือ และคลุกคลีกับวงการหนังสือมาอย่างยาวนาน นายจิตติ หนูสุข อุปนายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย บอกว่า หนังสือที่เกี่ยวกับอาเซียน ควรมีประเภทต่างๆ หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม คู่มือการท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ วรรณกรรม การสอนภาษา ซึ่งควรทำในเนื้อหาและรูปแบบตั้งแต่ง่ายๆ ไปจนถึงยากลึกซึ้ง เพื่อให้เหมาะสมแก่คนหลายวัย หลายระดับ

หนังสือต่างๆ เหล่านี้ “บางประเภทเรากำลังทำอยู่ เช่น ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ 10 ชาติ หลายสำนักพิมพ์ทำออกมาได้น่าอ่าน บางอย่างเคยทำมานานแล้ว เช่น โครงการแปลวรรณกรรมอาเซียนที่มีคุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เป็นประธาน โครงการแปลวรรณกรรมเพื่อนบ้านของมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป”

ที่กำลังทำกันอยู่ก็เช่น “ที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ทำโครงการวรรณกรรมสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอาเซียน 2-3 ภาษา คัดสรรเรื่องสั้นและบทกวีตีพิมพ์เป็นภาษาไทย อังกฤษ และภาษาของเพื่อนบ้าน ซึ่งทำมาแล้วคือ ของ กัมพูชา มาเลเซีย และกำลังทำลาวกับเวียดนาม มีเล่มหนึ่งออกมาเมื่อปีก่อนก็รวมเรื่องสั้นของ 10 ชาติไว้ในเล่มเดียวกัน เป็นภาษาไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย และเครือข่ายก็เห็นมีหนังสือรวมบทความวิเคราะห์วิจารณ์ออกมาหลายเล่ม”

หนังสือที่ทำมาแล้วเหล่านี้ “บางทีทำกันแล้วก็ไม่ได้เผยแพร่ให้รับรู้กันในวงกว้าง ควรจะมีหน่วยงาน อาจเป็นหอสมุดแห่งชาติคัดสรรรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ค้นคว้าได้สะดวก หรือสมาคมภาษาและหนังสือฯ อาจรวบรวมทำบรรณนิทัศน์แนะนำรายชื่อและเนื้อหา โดยทำเป็นหนังสือเล่ม หรือใส่ไว้ในเว็บไซต์ แล้วประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบและเข้าถึงได้ง่าย” นายจิตติบอก

ฟังมุมของนักเขียนบ้าง ประชาคม ลุนาชัย บอกว่า เรามักจะ คุ้นหูกับคำว่าประชาคมอาเซียน ทั้งจากสื่อต่างๆ และปากคำของผู้คนจากหลายสาขาอาชีพ ได้ยินแล้วบางทีก็ให้นึกไปถึงสหภาพยุโรป หรือเงินสกุลยูโร หากจะมองกันจริงๆแล้ว ถึงไม่ได้มีคำเรียกขานหรือสถาปนาความร่วมมือในทางรูปแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านเนื้อหาในภูมิภาคนี้  ทั้งในด้านเศรษฐกิจการค้าและวัฒนธรรมก็มีมานานแล้ว

ถ้าพูดถึงวรรณกรรม “คนไทยที่สนใจเรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เคยอ่านงานแปลจากพม่า เวียดนาม ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ทั้งเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยาย ส่วนผลงานของนักเขียนไทยได้รับการถ่ายทอดเป็นภาษาอื่นๆในอาเซียนหรือไม่นั้น อันนี้ไม่รู้จริงๆ”

เมื่อถามว่า วรรณกรรมของเราพร้อมแค่ไหนต่อความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาค “ก็ต้องบอกว่าสำหรับคนสร้างงานพร้อมมานานแล้ว คือพร้อมที่จะตามไปเป็นกระจกเงาส่องสะท้อนทั้งด้านลึกของความเป็นมนุษย์ และวิถีของชาวประชาคมอาเซียนยุคใหม่ นักเขียนชาติอื่นๆ ก็คงพร้อมจะทำหน้าที่ของเขา”

ส่วนเรื่องการถ่ายทอดข้ามภาษานั้น “ก็คงเป็นหน้าที่ของคนอื่น โดยเฉพาะองค์กรวรรณกรรมของประเทศต่างๆ ที่จะต้องถามตัวเองว่า มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน”

เพื่อเตรียมความรู้สู่อาเซียนในหลากมิติ หนังสือมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และมีให้เลือกซื้อหาอยู่แล้วทั้งในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและตามแผงขายทั่วไป

แต่เรื่องที่จำเป็นกว่านั้นคือ ความสนใจการอ่านเพื่อความรู้และเข้าใจประชาคมอาเซียนของคนไทย.

โหวตข่าวนี้