advertisement

คดีเขาพระวิหาร

โดย ซี.12 18 เม.ย. 2556 05:00

มาถึงตอนนี้ผู้ที่สนใจติดตามการสู้คดีพิพาทพื้นที่ปราสาทพระวิหารคงได้ยินได้ฟังลวดลายของเขมรและการต่อสู้ของฝ่ายไทยในการแถลงต่อศาลโลกที่เรียกว่าการให้การด้วยวาจาในยกแรกอันเป็นการถ่ายทอดสดเมื่อวันที่ 15 และ 17 เมษายนแล้ว

มีเรื่องที่เกี่ยวพันประการหนึ่งซึ่งน่าจะหยิบยกมาเสนอเพื่อความถูกต้องด้วยนั่นคือการที่มีข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ นำภาพ สมเด็จพระนโรดมสีหนุ สู้คดีปราสาทพระวิหาร ยืนยันเสด็จไปดูทางการไทยล้อมรั้วโดยไม่ได้ทรงทักท้วง ไม่ได้ทรงเคยโต้แย้งหรืออุทธรณ์การปฏิบัติของฝ่ายไทย ซึ่งจะนำหลักฐานภาพถ่ายดังกล่าวไปแสดงต่อศาลโลกในวันที่ 15-19 เมษายน 2556 และมีการระบุว่าในการพิจารณาคดีปราสาทพระวิหาร เมื่อปี 2505 ฝ่ายกัมพูชาได้นำภาพ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จขึ้นไปบนปราสาทพระวิหาร เมื่อปี 2472 โดยมีทหารฝรั่งเศสต้อนรับและมีการเชิญธงชาติฝรั่งเศสขึ้นเหนือตัวปราสาทซึ่งเท่ากับว่าไทยได้รับรู้มาตลอดว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชา และการที่ประเทศไทยไม่เคยโต้แย้งเลย ศาลเห็นว่าเท่ากับไทยยอมรับซึ่งทำให้ไทยแพ้คดี นั้น

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้มีคำชี้แจงเรื่องนี้ว่า

กรณีที่มีการกล่าวพาดพิงถึงสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งสิ้นพระชนม์จากไปนานแล้ว ท่านไม่สามารถลุกขึ้นมา ตอบโต้ใดๆ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของความโง่หรือฉลาดที่ตำหนิ บรรพชนของชาติ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จเยือนปราสาทพระวิหารเป็นการส่วนพระองค์ในฐานะนักโบราณคดี (archeo-logist) ในห้วงเวลาที่ทรงเกษียณอายุราชการจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว

ขณะนั้นประเทศฝรั่งเศสและประเทศอังกฤษต่างเป็นมหาประเทศที่มีอำนาจยิ่ง การที่นำพระองค์ท่านโยงเข้ากับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งพระองค์ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นการใช้อำนาจปรักปรำอย่างปราศจากความเป็นธรรมต่อประเทศไทย ลูกหลานเหลนของท่านก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบ้านการเมืองอะไรทั้งสิ้นแม้แต่คนเดียว

หากท่านจะได้กรุณานึกถึงคุณงามความดีของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ปราชญ์ ของแผ่นดินสยามผู้ทรงเป็นเพชรประดับพระมหามงกุฎองค์สมเด็จพระปิยมหาราช ที่ชาวไทยเป็นจำนวนมากรักและระลึกถึงพระองค์ท่านและยังคงไว้ซึ่งผลงานที่อนุชนรุ่นหลังต้องศึกษา ล้วนเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง กับอีกทั้งวังวรดิศที่ประทับของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในอดีต ทายาทก็ยังรักษาหวงแหนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ คือ “พิพิธภัณฑ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชา-นุภาพ” บนถนนหลานหลวง ตราบจนทุกวันนี้

ทั้งนี้ ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอื่นๆทราบด้วยแล้ว

ทางด้านการต่อกรกันทางคดีนั้น  สองทุ่มถึงสี่ทุ่มคืนนี้มีการถ่ายทอดสดจากศาลโลกกรุงเฮกอีกครั้ง  ถึงลีลาท่าทางการ ให้การของเขมรรอบสุดท้าย แล้วพรุ่งนี้ถึงคิวของฝ่ายเรา.

“ซี.12”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement