advertisement

คดีเขาพระวิหาร

โดย ซี.12 11 พ.ย. 2556 05:00

วันนี้ถึงเวลาแห่งการตัดสินคดีเขาพระวิหารโดยศาลโลกที่กำหนด การอ่านคำพิพากษาที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

เพื่อเป็นการทบทวนความทรงจำขอยกข้อมูลเบื้องต้นที่น่าสนใจมาประกอบการรับฟังการถ่ายทอดสดไปในตัวเป็นข้อมูลที่รวบรวมมาจากเอกสารต่างๆของกระทรวงการต่างประเทศที่ออกมาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้

ศาลโลก  หรือ  ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ  เป็นองค์กรหลักด้านตุลาการของสหประชาชาติ เพื่อตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐ

องค์คณะผู้พิพากษา ประกอบด้วยผู้พิพากษาที่มีสัญชาติแตกต่างกันได้รับเลือกตั้งจากสมัชชาใหญ่และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี

ปัจจุบันองค์คณะผู้พิพากษามาจากจีน ญี่ปุ่น อินเดีย นิวซีแลนด์ โมร็อกโก โซมาเลีย ยูกันดา บราซิล เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี รัสเซีย สโลวะเกีย

ในคดีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารนี้ มีการสรุปข้อต่อสู้หลักของฝ่ายไทยเอาไว้ว่า

1.ศาลไม่มีอำนาจตีความ เพราะคู่กรณีมิได้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษาปี 2505 คำพิพากษามีความชัดเจนอยู่แล้ว และคู่กรณีเห็นตรงกันมาตลอดตั้งแต่ปี 2505 กัมพูชาเพิ่งกลับท่าทีในปี 2550 เพราะต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว ทั้งที่ไทยได้เสนอหลายครั้งให้ขึ้นทะเบียนร่วมกัน

2.ไทยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้วทุกประการ และกัมพูชาก็ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการแล้ว โดยไทยได้ถอนกำลังและเจ้าหน้าที่ออกจากปราสาทพระวิหารและบริเวณใกล้เคียงปราสาทตามขอบเขตที่กำหนดโดยมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 กรกฎาคม 2505 ซึ่งสอดคล้องกับขอบเขตของพื้นที่พิพาทในคดีเดิมตามความเข้าใจทั้งของคู่ความและของศาล

3.กัมพูชาขอตีความคำพิพากษาส่วนที่เป็นเหตุผล ไม่ใช่ส่วนที่เป็นคำตัดสิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขอให้ศาลตัดสินในสิ่งที่ศาลได้เคยปฏิเสธอย่างชัดแจ้งไปแล้วที่จะตัดสินตั้งแต่ปี 2505 ได้แก่ เรื่องเส้นเขตแดน และเรื่องสถานะทางกฎหมายของ “แผนที่ภาคผนวก  1”  ดังนั้น คำฟ้องของกัมพูชาจึงเป็นเสมือนการอุทธรณ์ที่ซ่อนมาในรูปคำขอตีความ ซึ่งขัดธรรมนูญศาลและแนวคำพิพากษาของศาลเรื่องการตีความ

4 “บริเวณใกล้เคียงปราสาท” ตามคำพิพากษาปี 2505 กับดินแดน กัมพูชาเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้น “บริเวณใกล้เคียงปราสาท”  จึงไม่จำเป็นต้องมีขอบเขตเป็นเส้นเขตแดน และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เส้นเขตแดนตาม  “แผนที่ภาคผนวก  1” ที่กัมพูชาอ้างในคดีปัจจุบัน ไม่ตรงกับเส้นที่กัมพูชาอ้างในคดีเดิม

ฝ่ายไทยจึงขอให้ศาลพิพากษาและชี้ขาดว่าคำร้องของราชอาณาจักรกัมพูชาที่ขอให้ศาลตีความคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1962 ในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารตามข้อ 60 ของธรรมนูญศาล ไม่เข้าเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อดังกล่าว และด้วยเหตุนี้ศาลไม่มีอำนาจที่จะตอบคำร้องนั้น และ/หรือ คำร้องนั้นรับไว้พิจารณาไม่ได้

ในอีกทางเลือกหนึ่งระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่จะให้ตามคำร้องของกัมพูชาที่ขอให้แสดงความเข้าใจความหมายของคำพิพากษา และไม่มีเหตุผลที่จะตีความคำพิพากษาปี ค.ศ.1962

และขอให้ชี้ขาดอย่างเป็นทางการว่าคำพิพากษาปี ค.ศ. 1962 ไม่ได้วินิจฉัยเส้นเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาโดยมีผลผูกพันและไม่ได้กำหนดขอบเขตของบริเวณใกล้เคียงปราสาท

คำตัดสินวันนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของไทยผลเป็นอย่างไรโปรดติดตาม.

 

“ซี.12”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement