advertisement

เลือดขัตติยา

โดย กิเลน ประลองเชิง 25 พ.ย. 2556 05:00

จบละครเพลงเรื่องเลือดขัตติยารอบซ้อมใหญ่ เจอหน้าคนของคุณบอย   ถกลเกียรติ   ผมฝากบอกไปว่า “ดีมาก...มีเรื่องให้ต้องคิดมาก”

เหตุที่ต้องคิดมาก อยู่ที่ตอนจบของเรื่อง ในฐานะราชินีเจ้าชีวิต ผู้มีคำประกาศิตเป็นกฎหมาย ทำไม...จึงตัดสินประหาร...อโณทัย คนรัก ผู้มีคุณูปการอเนกอนันต์ ให้แผ่นดินแม่...ได้ลงคอ

เจ้าฟ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี รัชทายาทอันดับที่ 3 แห่งแคว้นยโสธร เดินไปตามเกมผกผันทางการเมืองของอโณทัย คู่รักซึ่งเป็นพระ พี่เลี้ยงองค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง ยกฐานะเป็นพระราชินี หมายเลข 1

เธออยู่เหนือ 6 แคว้น ที่เคยแตกแยกกันได้...ใช้อำนาจได้เป็นหนึ่งเดียว

ผมสงสัย...ราชินีผู้ยิ่งใหญ่ จะรักษาอำนาจให้ยิ่งยงต่อไปได้อย่างไร หากใช้อำนาจไม่เป็นธรรม

อโณทัย ได้วิชาจากราชครู ผู้บิดา...แอบถ่ายทอดให้ดารา คนรัก ซึ่งรักกันตั้งแต่เยาว์วัย และเมื่อรู้ความจริง ดาราก็คือเจ้าฟ้าหญิงทิพย–รัตน์ดารา...อโณทัย หักความรักออกจากหัวใจ ยกเธอไว้เหนือเศียรเกล้าให้เป็นมงกุฎของแผ่นดิน

เจ้าฟ้าหญิงรอดจากแผนลอบฆ่า...ด้วยมืออโณทัย แต่เมื่อเจอข้อหา ส่งสารรักถึงพระราชินี...อโณทัย ก็สารภาพถึงความรักจริงๆ...ในขณะที่ประกาศว่า เป็นเพียงสารรักจากความรักข้างเดียว

เจ้าฟ้าหญิง ผู้อยู่เหนือเศียรเกล้า...ไม่ได้เคยตอบต่อกลับมา แม้แต่สักครั้งเดียว

ต่อหน้าผู้นำทั้ง 5 แคว้น ทุกแคว้นจับตา ราชินีจะตัดสินช่วยคนที่สุดรัก หรือจะเลือกโอกาสนี้ แสดงความยิ่งใหญ่ เป็นผู้นำเหนือผู้นำ...ปกครองหกแคว้นต่อไปได้

คำตัดสินที่คาใจ...อำมาตย์ทรยศ เป็นไส้ศึกให้แคว้นคู่แข่ง...มีส่วนในแผนลอบประหาร องค์ราชินีลงโทษแค่ริบทรัพย์ เนรเทศ จำเลยรายนี้...ลงโทษน้อยไป แต่พอถึงรายอโณทัย ผู้ทั้งเป็นที่รัก มีบุญคุณล้น ทั้งบ้านเมืองและหัวใจราชินีเอง

บุญคุณอเนกอนันต์นั้น ถูกลบทิ้ง...หมดสิ้นทันที

เพียงเพราะจดหมายรัก...แสดงความอาจเอื้อมเบื้องสูง ฉบับเดียว

โทษประหารนั้น...คนที่เคยอ่านต้นฉบับ เลือดขัตติยา ฝีมือลักษณาวดี บอกผมว่า เกิดขึ้นจากแผนของอโณทัยเอง...ตอนนี้ มีข้อถกเถียง...อโณทัย...เล่นบทรักนี้ เกินจริง หรือเล่นตามความเป็นจริง

ในมุมของอำนาจการเมือง นี่คือโอกาสที่องค์ราชินีจะแสดงให้เห็นว่า “เป็นผู้นำองค์จริง” ยิ่งใหญ่เหนือแคว้นทั้งปวง

แต่ในมุมของความรัก...นี่คือเรื่องรัก ความเสียสละ ที่เป็นอมตะ เสียดเข้าไปเสียบในหัวใจ ให้กล่าวขานกันต่อ

ผมกำลังคิดว่า...เรื่องทำนองเดียวกันนี้ เคยมีขึ้นที่ไหนมาก่อน

โสคราตีส...ปราชญ์เมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว เจอข้อหากบฏจากคำสอนไม่ให้นับถือเทพเจ้า...โทษประหาร เขายิ้มรับยาพิษ ดื่มมันเข้าไป ขณะสอน เปลโต และศิษย์ใกล้ตัว...หลายคน ว่า การยอมรับกฎกติกา ของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่ต้องทำ

พันท้ายนรสิงห์ เมื่อเรือพระที่นั่งชนต้นไม้ โขนเรือหัก ก็กระโดดขึ้นฝั่งรับโทษประหาร พระเจ้าเสือเอ็นดู หาวิธีปั้นหุ่นดินตัดคอแทน...ก็ยังไม่ยอม ยืนยันให้รักษากฎมนเทียรบาลเอาไว้ ในทัศนะพันท้ายนรสิงห์ ชีวิตคนไม่สำคัญเท่ากฎหมาย

ถึงวันนี้ ผู้คนก็ยังจำ โสคราตีส จำ พันท้ายนรสิงห์ได้...และแม้เป็นนิยาย ก็ยังคงต้องจำ อโณทัย ไว้ในใจ...อีกคนหนึ่ง

พี่อี๊ด  (วิมล ศิริไพบูลย์) เคยคุยให้ผมฟัง... “พี่เป็นนักเขียน เขียนให้คนแสนเก่งแสนดี แล้วเมื่อถึงเวลา พี่ก็จะฆ่าเขาให้ตาย พี่เป็นคนใจดำ” ดูละครเรื่องเลือดขัตติยาแล้ว ผมก็ว่า พี่อี๊ด ใจดำจริงๆ

แต่สำหรับคนทำละคร ผมเดาเอา ละครเรื่องนี้คุณบอย  ถกลเกียรติ ตั้งใจส่งสารทางการเมือง ความตายของอโณทัย ทำให้ต้องฉุกคิด  บ้านเมืองที่มั่นคงนั้น ต้องมีอำนาจหนึ่งเดียว

หากถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก เรื่อยไป ก็คงจะต้องใช้อาวุธรบกัน วุ่นวายไปทั้งแผ่นดิน

เรื่องแบบว่า สภาออกกฎหมาย ไม่ถูกใจ ก็ต้องทุบสภา...ศาลตัดสิน ไม่ถูกใจ ก็ต้องรื้อศาลทิ้ง...หากเกิดขึ้นในบ้านเมืองไหน คนโบราณท่านว่า ยุคมิคสัญญี ใกล้มาถึง

หรือใครบางคนก็อาจจะว่า ยุคมิคสัญญี ยุคพระไชยสุริยา...มาถึงแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้