advertisement

รู้จักSEAL'มนุษย์กบ'นักรบ4มิติ'ผ่าน'วาสนา นาน่วม'(ตอนที่2)

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2557 05:30

จากที่"ไทยรัฐออนไลน์"ได้เปิด ข้อมูลเบื้องต้นถึง"หน่วยซีล"หรือ"มนุษย์กบ"ในหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือไทย ในตอนแรก ซึ่งเป็นข้อมูลในการปูพื้นฐานถึง ประวัติความเป็นมาของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ภารกิจหน้าที่ และหลักสูตรการฝึก จนได้มีโอกาสได้สนทนากับ"นักข่าวหญิง"คนแกร่ง ที่ได้เข้าไปผ่านการเรียนรู้ในหลักหน่วย"ซีล"มา 7 เดือน โดยได้เข้าไปทำเกือบทุกขั้นตอน ทั้งฝึก เก็บข้อมูล ถ่ายภาพ จนสามารถกล่าวได้เลยว่า เธออาจเป็นผู้หญิงของวงการสื่อมวลชนคนแรกที่ได้สัมผัสหลักสูตรรบพิเศษ ของทหารเรือ ที่ถือว่า"โหด-หนัก-นรก"มาแล้ว จนนำถ่ายทอดเรื่องราวในหนังสือที่เป็นผลงานของเธอเอง...


แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่าง "วาสนา นาน่วม" นักข่าวสายทหาร จาก นสพ.บางกอกโพสต์ จะเข้าร่วมการฝึก หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ "มนุษย์กบ" หรือ"หน่วยซีล"กับ นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย โดยวาสนา ได้เข้าร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้น"ไทยรัฐออนไลน์" ที่ได้มีโอกาสเขียนในเรื่องดังกล่าว และมีโอกาสพูดคุยในช่วง"สัปดาห์นรก"ที่ถือว่าหินสุด โหดสุด ในช่วงของการฝึกที่ได้เล่าจากปากเธอ เพื่อนำมามาเล่าให้ฟัง


"วาสนา" เกริ่นว่า กว่าจะเป็น "มนุษย์กบ" หน่วย Seal ของกองทัพเรือ หลักสูตรนรกสุดโหด ซึ่งได้เป็นผู้ไปร่วมการฝึกหลักสูตรโหด กับหน่วยซีล ของ ทร.ไทย และมีโอกาสได้เขียนหนังสือ "Super Seal นักรบพันธุ์โหด" ย้อนนึกถึงเรื่องราวว่า  ชื่อเสียงของ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือมนุษย์กบ (UDT-Underwater Demolition Team) ของกองทัพเรือไทย  ที่ถูกเรียกขานว่า เป็นหน่วย ซีล  แบบของ US Navy Seal ( Sea –Air- Land Team ) สหรัฐอเมริกา นั้น ได้รับการยอมรับกันในหมู่นักรบพิเศษของ 3 เหล่าทัพ ว่า สุดยอดแล้ว อาจจะเพราะด้วยหลักสูตรการฝึกที่แสนโหด และยาวนานถึง 7 เดือน ที่ทำให้ผู้ที่ผ่านหลักสูตร "ฉลามเงินคู่เกลียวคลื่น" นี้ จะได้รับการยอมรับและเดินไปได้อย่างน่าเกรงขาม เพราะเป็นหลักสูตร ที่พวกเขาต้องเสียทั้งเลือด หรือแม้แต่น้ำตา หลายคน เสียชีวิตในระหว่างการฝึก ที่ต้องมีการฝึกทั้ง 4 มิติ บนบก บนน้ำ ใต้น้ำ และบนอากาศ


อีกทั้งในบรรดา ทหารรบพิเศษ ของ ทบ.และคอมมานโด อากาศโยธินของกองทัพอากาศ หรือ หน่วยพลร่ม ของตำรวจ ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะเข้ามาฝึกหลักสูตร ที่เรียกว่า หลักสูตร "นรก" นี้ แล้วผ่านออกไปอย่างภาคภูมิ โดยที่เลืองชื่อที่สุดคือ "สัปดาห์นรก" ที่เริ่มหลังจากการฝึกไปได้ 10 สัปดาห์ เป็นสัปดาห์ที่ฝึกโหดทุกวัน อดข้าวอดน้ำ ทำภารกิจไม่หยุดหย่อน แบบที่มนุษย์ทั่วไปแทบทนไม่ได้


หากยึดตามภารกิจของกองทัพเรือแล้ว  หน่วยซีลหรือมนุษย์กบ มีหน้าที่รับผิดชอบ ในทะเล และใต้ทะเล   ส่วนนักรบพิเศษ Recon ของนาวิกโยธิน ทร. จะรับผิดชอบ บนพื้นดิน และชายฝั่ง โดยทั้ง 2 หน่วยนี้ต้องทำงานประสานกัน  แต่หน่วยซีลจะเน้นที่การทำงานใต้น้ำ ใต้ทะเล เพราะจะมีการฝึกการปฏิบัติการใต้ทะเล ด้วยอุปกรณ์ช่วยหายใจ แบบทั้งวงจรเปิดและวงจรปิด


วาสนา ยังบอกด้วยว่า หน่วยซีล จะรับผิดชอบงานการข่าวลับ ทั้งในด้านความมั่นคงของประเทศ การแฝงตัวเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านหรือในดินแดนของข้าศึก ในยามจำเป็น รวมถึงภารกิจในการปราบปรามยาเสพติด  เนื่องจาก ทร.มี หน่วยปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ทร. ในการหาข่าวว่ามีการค้ายา หรือเสพยาในหน่วยทหาร หรือไม่  หากเกี่ยวโยงไปถึงบุคคลพลเรือน ก็ต้องประสานกับทางตำรวจและ ป.ป.ส.ให้ดำเนินการต่อ


แต่กว่าที่เราจะมี ทหารเรือหน่วยซีล หรือ ที่เรียกสั้นๆ กันว่า "กบ" นี่ ต้องผ่านหลักสูตรที่ถูกขนานนามว่า โหดที่สุดในประเทศไทย กบทุกคนที่จบออกไป ร่างกายจะเต็มไปด้วยแผล และกลายเป็นแผลเป็น ที่ก้น และแผ่นหลัง อันเกิดจากถูก ลากเรือใบ และรถเจ๊ก ที่ก้น หรือแผ่นหลัง จะถูกขูดกับพื้นดินที่ขรุขระ  หรือแม้แต่ท่าโหม่งโลก ที่ต้องเอาหัว ปักลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยก้อนกินขรุขระ ที่ได้เลือดไหลอาบหน้าทุกราย


"ความโหดจากการฝึกนั้น ครูฝึก ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการสร้างความอดทน ให้ทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญคือการทำให้มีมติ ในการคิด ยิ่งในยามที่ถูกข้าศึก จับเป็นตัวประกัน ความอดทนต่อ ความเหนื่อย ง่วง หิวที่สุด ขาดน้ำ  ที่แม้บ่อน้ำปลักควาย เบื้องหน้า พวกเขาก็ต้องโผลงไปกิน หากไม่มีสติ เพราะนั่นคือความตาย เพราะมีเชื้อโรคมากมาย พวกเขาต้องอดทน


ความยากของหลักสูตรการฝึกของหน่วยซีล ซึ่งเป็นของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) เมื่อเทียบกับ หลักสูตร 3 เดือน แบบโหดทุกวัน ของหลักสูตรลาดตระเวนระยะไกล ของนักรบพิเศษ Recon  ของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินของ ทร. ด้วยกันแล้ว ความยาวนาน ของหลักสูตรมนุษย์กบ ราว 7 เดือน สลับการการฝึกโหด หลักสูตรลาดตระเวน และอดอาหาร  ต่อเนื่องหลายวัน และการเรียนความรู้ต่างๆ แทรกแซมด้วยการ "ถูกแดก ถูกซ่อม" จากครูฝึก  ถือว่าเป็นการกดดันอย่างยิ่ง การแบก Log หรือ ซุง เรือยาง ที่กลายเป็น อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายของนักเรียนมนุษย์กบ ที่อาจเรียกว่า ในชีวิต คงไม่ได้ทรมานอะไรเช่นนี้ หากไม่ถูกจับเป็นตัวประกัน หรือ ติดอยู่ในดงข้าศึก กลางสนามรบ จึงเป็นการฝึกที่กดดันอย่างมาก"


ทุกวันนี้ภาพของการฝึกหนักที่ "วาสนา"ไม่เคยลืม จนบอกกับเราว่า "เสียงระฆัง มักจะดังขึ้นเสมอๆ  เมื่อมีนักเรียน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนี้ ถอดใจ ท้อแท้ ทนไม่ไหว กับทุกความเหนื่อย ง่วง หิว ทรมาน ทั้งกายและใจ จนต้องไปลั่นระฆัง เพื่อขอลาออกจากการฝึก บางครั้งทหารที่มาฝึกด้วยกัน ยังแทบต้องห้ามปราม หรือต่อยหน้ากัน เพื่อห้ามไม่ให้เพื่อนลาออก แต่ให้อดทนสู้ต่อไป เพราะบางคนมาได้ครึ่งทางแล้ว"


มันเป็นหลักสูตรที่ทำให้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายชาติทหาร ที่ต้องยอมเสียสละทุกอย่างทรมานแสนสาหัส เพื่อมาเป็น หน่วยซีล เพื่อที่วันหนึ่ง เขาจะได้รับภารกิจสำคัญจากกองทัพเรือ อันเป็นภารกิจที่เรียกว่า เป็นภารกิจที่หน่วยอื่นใดทำไม่ได้ แต่ มนุษย์กบ เราต้องทำได้ และสำเร็จ เพราะ"ภารกิจเหนือ สิ่งอื่นใด แม้ชีวิต" ม็อตโต้ ของ มนุษย์กบ ที่พวกเขาท่องกันทุกวัน

 

"ตอนที่ไปฝึกกับ พวกมนุษย์กบ ยังคิดในใจเลยว่า พวกเขาน่าชื่นชมมาก ที่ยอมเหนื่อย เสียเลือด เสี่ยงชีวิต เพื่อมาฝึกเป็นทหารที่แข็งแกร่ง ไว้ให้ชาติบ้านเมืองกองทัพได้ใช้เขาในสักวันหนึ่ง เรื่องค่าปีก ค่าตอบแทน เป็นเรื่องน้อยนิด แต่การได้จบไปเป็นหน่วยซีล เป็นมนุษย์กบของกองทัพเรือ นี่ถือว่า สุดยอดแล้ว ถาม กบ ได้ทุกคน" วาสนากล่าวปิดท้าย พร้อมโชว์หนังสือและภาพถ่ายจำนวนมาก ที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของเธอที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร "มนุษย์กบ" นี้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement